[SF] Ju-Bum ...2...

posted on 30 Oct 2009 23:05 by piojos  in Short-Fiction
 

 

ไอ้ผีตัวนี้มันต้องอยากตายแบบจริงจังแทนการเป็นแค่เจ้าชายนิทราแหงๆ ถึงได้ชอบลอยมาก่อกวนให้อีทงเฮคนนี้อารมณ์เสียอยู่เรื่อย!

 

"เลิกโผล่มาปลุกแบบนี้สักทีได้ม๊ายยยยย!!!"

 

ร่างบางตะโกนลั่นห้อง หลังจากที่รู้สึกตัวตื่นได้จากเสียงนาฬิกาปลุกที่ดังแสบแก้วหู แต่พอใช้มือควานหานาฬิกานรกเพื่อเอามากดปิดเสียง เค้ากลับหามันไม่เจอ จนต้องยอมปรือตาขึ้นมาเพ่งหาอย่างงัวเงียและหงุดหงิดสุดๆ แต่แล้วสิ่งแรกที่เห็นในยามเช้าก็คือหน้าโปร่งแสงหล่อๆของไอ้คนที่เค้าฆ่าไปโดยไม่ได้ตั้งใจเมื่อหลายวันก่อน มันยิ้มตาหยีแป้นแล้นให้พร้อมโบกมือเซย์กู้ดมอร์นิ่ง ในขณะที่ซุกตัวลงนอนข้างเค้าใต้ผ้าห่มเดียวกัน แถมยังหนุนหมอนใบเดียวกันอีก

 

นี่ถ้าหมอนี่ไม่ใช่วิญญาณล่ะก็ ..ทงเฮอาจจะนึกว่าตัวเองเสียตัวให้ผู้ชายแปลกหน้าไปแล้วก็ได้!

 

"ทำไม ตกใจงั้นเหรอ?" คิบอมยิ้มแก้มแตก แล้วลอยไปนั่งขัดสมาธิอยู่เหนือหัวทงเฮที่ผุดลุกขึ้นนั่งหัวยุ่ง ขมวดคิ้วเตรียมว้ากอยู่บนเตียง

 

"ไม่ได้ตกใจ" ทงเฮตอบเสียงเขียว "แต่เลิกแกล้งชั้นด้วยการย้ายนาฬิกาปลุกสักที คนมันง่วง ขอนอนอีกแค่ห้านาทีไม่ได้หรือไงวะ!"

 

"ก็ไม่ได้น่ะสิ" คิบอมสั่นหัว "เป็นเด็กนักเรียนก็ต้องไปโรงเรียน ...แล้วก็ห้ามไปสายด้วย"

 

"เชอะ! พูดอย่างกับตัวเองเป็นอาจารย์อย่างนั้นแหละ"

 

"ชั้นเป็นนักศึกษาปีสี่ที่มีความกะตือรือล้นในการเล่าเรียนต่างหากล่ะ" ทงเฮทำหน้าบูดหลังจากที่ได้ยินว่าไอ้ผีบนหัวมีอายุมากกว่าเค้าถึงสี่ปี "จริงๆนายน่าจะเรียกชั้นว่าฮยองด้วยซ้ำ เคารพอาวุโสกันหน่อยเซ่ เวอร์จิ้นบอย~"

 

"ก็อย่างนายมันน่าเคารพมั้ยเล่า!" ร่างบางยังไม่ยอมแพ้ เปิดปากเถียงจนได้ ก่อนจะสะบัดหน้าพรืดแล้วทิ้งตัวลงนอน ตวัดผ้าห่มเอามาคลุมตั้งแต่หัวจรดเท้า ...อยากให้ไปโรงเรียนนัก ก็จะไปสายๆประชดที่มันล้อเราว่าเวอร์จิ้นซะเลย ไอ้ผีเลว ตายไปแกต้องตกนรกแน่ๆ ชิส์~

 

"ลองนอนต่อสิ แล้วชั้นจะได้เข้าไปดึงวิญญาณไปท่องยมโลกด้วยกันซะเลย" คิบอมพูดขู่คนดื้อเพ่ง แต่ก็ยังไร้ปฏิกิริยาตอบสนองอยู่ดี เค้าเลยต้องเพิ่มความน่ากลัวเข้าไปอีกหน่อยเพื่อให้ทงเฮยอมเชื่อฟัง

 

"แล้วก็นะ ถ้ากลับมาเข้าร่างไม่ทัน ก็อาจได้ติดอยู่ในยมโลกสักสามร้อยปีล่ะมั้ง ...เพราะพวกผีเปรตกับผีตายโหงน่ะชอบจับกินวิญญาณที่ผ่านเข้าไปโดยที่ยังไม่ตายมากๆเลยล่ะ ตอนนั้นชั้นเองก็เกือบไปแล้วเหมือนกัน แต่ยังดีหน่อยที่...."

 

 

พรึ่บบ!!!!

 

 

ตอแหลความน่าสะพรึงกลัวจอมปลอมยังไม่ทันจบ ร่างเล็กใต้ผ้าห่มก็ลุกพรึ่บขึ้นมาโดยไม่ต้องเปลืองแรงฉุดแรงลากแม้แต่น้อย ทงเฮส่งสายตาเขียวขุ่นมาให้ด้วยความโมโห แต่คิบอมก็ยังยิ้มรับ ไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวนัยน์ตากลมๆนั้นแต่อย่างใด

 

ยิ่งดุ ยิ่งดูน่ารักซะด้วยซ้ำไปนะ ...อีทงเฮ

 

"กลัวชั้นทำจริงๆล่ะซี้~" คิบอมเลิกคิ้วกวนๆพร้อมกับถามยั่วเย้า

 

"ไม่ได้กลัวว้อย แค่ลืมไปว่าวันนี้มีส่งรายงาน ต้องรีบไป"

 

ทงเฮพยายามกดเสียงไม่ให้สั่น คิบอมจะได้ไม่รู้ว่าเค้ากลัวทีจะไปพบกับบรรดาผีทั้งหลายในรกแค่ไหน ร่างบางรีบผุดลุกออกจากเตียง พลางยกมือทั้งสองข้างขึ้น เตรียมปลดกระดุมชุดนอนตามความเคยชิน ถ้าไม่บังเอิญนึกขึ้นมาได้เสียก่อนว่าภายในห้องนี้ยังมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญลอยตุ๊บป่องอยู่ด้วย ทงเฮคงแก้ผ้าแล้วเดินเข้าห้องน้ำอย่างที่ทำอยู่ประจำทุกวันไปแล้ว

 

"อ้าว ทำไมล่ะ" คิบอมเอียงคอถามหน้าเป็น เมื่อเห็นทงเฮหันมาทำหน้าตาหวาดระแวงใส่

 

"จะไปไหนก็ไปสิ ..นายน่ะ" น้ำเสียงของเจ้าของห้องทั้งห้วนทั้งกระด้าง บ่งบอกถึงความต้องการที่จะให้คิบอมทำตามที่สั่งเต็มที่

 

"โหย ใจร้ายอ่ะ ชั้นอุตส่าห์มาช่วยปลุกไม่ให้นายไปโรงเรียนสายนะ จะขอบคุณสักคำก็ไม่มี แถมยังไล่ส่งอีกต่างหาก มันน่าน้อยใจชะมัดเลย" ผีหนุ่มบ่นยืดยาวแต่ไม่ได้จริงจังมากนัก ทงเฮชักสีหน้าใส่ไอ้ผีดื้อ ก่อนเอ่ยย้ำคำเดิมอีกที

 

"ชั้นจะอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า!! ทีนี้จะยอมไปได้หรือยังห่ะ!!!"

 

"ผู้ชายด้วยกันอายอะไร?" พอถูกตอกกลับแบบนั้น คนฟังก็ถึงกับหน้าแดงก่ำทันที "จะอาบน้ำหรือจะเปลี่ยนเสื้อก็ทำไปสิ ชั้นไม่วิจารณ์น้องชายนายหรอกน่า~ ..จะรูดซิปปากให้เงียบกริบเลย"

 

เอ่ยสัญญาพร้อมกับทำท่าปิดปาก ชูสามนิ้วลูกเสือน้อยการันตีให้ทงเฮวางใจ แต่สำหรับคนที่เพิ่งจะถูกไอ้ผี(ทะเล) ทำหน้าด้านลอยเข้าไปอาบน้ำเป็นเพื่อนเมื่อวันก่อนแล้ว เรื่องอย่างนั้นจะยอมให้เกิดขึ้นซ้ำสองไม่ได้โดยเด็ดขาด! ถึงมันจะทำท่าสาบานด้วยนิ้วกี่นิ้วก็ตามที!!!

 

"ไอ้บ้า!!!" ทงเฮสาดเสียงใส่ผีหนุ่มจนคิบอมต้องเอามืออุดหูแทนการปิดปาก

 

"ถ้าแหยมหน้ามาแอบดูชั้นแก้ผ้าอีกเมื่อไหร่ ก็อย่าหวังเลยว่าจะช่วยทำให้นายกลับเข้าร่างน่ะ ไอ้ผีชั่ว!!!"

 

พูดด้วยท่าทางแข็งกร้าว แล้วหยิบผ้าเช็ดตัวขึ้นพาดบ่า กระชากประตูห้องน้ำเปิดออกโดยแรง แล้วปิดมันดังปัง บ่งบอกถึงอารมณ์ฉุนเฉียวที่ไม่สมควรไปแหย่เล่นสุดๆ เพราะไม่อย่างนั้นทงเฮคงไม่ยอมช่วยเค้าจริงๆอย่างที่พูดไว้แน่ หากขืนยังแกล้งกวนโทสะร่างบางต่อไปแบบนี้

 

"อา~ แย่จัง" คิบอมเปรยเบาๆกับตัวเอง พลางยักไหล่

 

"จริงๆจะช่วยหรือไม่ช่วยก็มีค่าเท่ากันนั่นแหละน๊า~" วิญญาณหนุ่มหล่อจุดยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนที่ร่างโปร่งแสงจะค่อยล่องหนไปจนที่ตรงนั้นว่างเปล่า...

 

"ถ้ารู้อย่างนี้ นายจะเอาอะไรมาต่อรองไม่ให้ชั้นเข้าไปได้อีกล่ะ อีทงเฮ..." ว่าแล้วก็เดินผ่านประตูเข้าไป(ถ้ำมอง)ในห้องน้ำ โดยไม่สนใจคำขู่ของคนตัวเล็กเลยสักนิด

 

 

โอกาสอย่างนี้ ใครจะโง่ยอมทำตามคำสั่งล่ะ ...จริงมั้ย??? 

 

คึคึ

 

 

................................

 

 

ทงเฮรู้สึกหงุดหงิดสุดๆ แต่บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าเรื่องอะไร ...แต่สาเหตุที่ทำให้เค้าหงุดหงิดได้ถึงขนาดนี้ก็คงหนีไม่พ้นไอ้ผีปัญญาอ่อนที่กำลังนั่งท้าวคางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มองหน้าเค้าอยู่กลางอากาศเนี่ยแหละ

 

มันน่าหาบทสวดมนต์สักบท มาสวดส่งวิญญาณให้ไปผุดไปเกิดใหม่นัก!!

 

"นี่เมื่อไหร่จะบอกสักทีว่าไอ้จดหมายรักของนายน่ะ อยู่ที่ไหน?!!" ทงเฮทำเสียงเข้ม แล้วปั้นหน้าถมึงทึงไปพร้อมๆกัน เพื่อให้ผีรูปหล่อเกิดความเกรงกลัว

 

แต่มันคงไม่ได้ผล เมื่อคิมคิบอมยังคงส่งยิ้มแปลกๆมาให้เค้าอย่างต่อเนื่อง...

 

สงสัยว่านอกจากจะเป็นผีแล้ว ไอ้หมอนี่มันจะต้องเป็นบ้าด้วยแน่ๆ

ยิ้มหาสวรรค์วิมานอะไรนักหนา ขัดหูขัดตาว๊อยยย!!!

 

ร่างบางกอดอกฉับพลางสบถงึมงำ เพราะตั้งแต่ที่คิบอมโผล่มาให้เค้าช่วยส่งจดหมายอะไรนั่น ก็ไม่เห็นจะดำเนินการอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง นอกจากการลอยตามทงเฮไปทุกที่ แล้วคอยกวนโมโหอยู่ตลอดเวลา

 

แล้วชาตินี้นายคงได้กลับคืนร่างหรอกนะ ไอ้บ้าคิมคิบอม!

 

"โธ่ ใจเย็นๆสิ ทำหน้าแบบนั้น เดี๋ยวแก่เร็วไม่รู้ด้วยน๊า~"

 

คิบอมใช้นิ้วตัวเองกดเข้าที่หว่างคิ้วของทงเฮ แม้จะไม่รู้สึกถึงแรงกดของปลายนิ้ว แต่ทงเฮก็สัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกของร่างวิญญาณที่เกิดขึ้นตรงหว่างคิ้วของเค้า

 

"เฮอะ!! นายนั่นแหละจะได้ตายก่อนแก่ ถ้ามัวแต่เอ้อระเหยอยู่แบบนี้" ทงเฮสะบัดหน้าหนีสัมผัสเย็นๆ แล้วประชดเข้าให้ แต่คิบอมก็ยังยิ้มสู้ทุกคำเชือดเฉือน ^^

 

"ถ้าได้ตายก่อนที่จะได้เห็นตัวเองแก่จนหน้าเหี่ยว ชั้นก็ว่าดีเหมือนกัน" คิบอมเอ่ยเบาๆเหมือนพูดกับตัวเองมากกว่าจะเป็นการต่อปากต่อคำกับร่างบางตรงหน้า

 

"บ้าหรือเปล่า ตายไปก็เจอกับผีน่ะสิ ..ใครจะยอมตายกันเล่า!!!" ร่างบางเถียงกลับ ทำให้คิบอมหลุดขำพรืดออกมา โธ่...คนเรา ถ้าตายไป ตัวเองก็กลายเป็นผีอยู่ดี แล้วนี่ยังคิดจะกลัวผีอีกเหรอ?

 

...หวังว่าถ้าอีทงเฮตายแล้ว คงจะไม่กลัวตัวเองที่นับรวมเป็นผีน่ารักๆไปอีกตนด้วยหรอกนะ

 

คิบอมคิดในใจอย่างเพลิดเพลิน ผิดกับอีกคนที่ทำท่ากระสับกระส่าย จะว่าโกรธก็ไม่ใช่ โมโหก็ไม่เชิง คงจะเป็นอารมณ์หงุดหงิดเสียมากกว่าที่เห็นผีตรงหน้าไม่ได้มีทีท่าเดือดเนื้อร้อนใจในชะตากรรมของตัวเองแม้แต่น้อย

 

แล้วทำไมถึงยังใจเย็นได้ถึงขนาดนี้กันนะ?!!

 

ทงเฮนึกสงสัย... แม้จะพยายามเคี่ยวเข็ญให้อีกฝ่ายรีบๆบอกวิถีทางที่จะทำให้วิญญาณกลับเข้าร่างแค่ไหน แต่คิบอมก็จะคอยบอกปัด หรือไม่ก็เปลี่ยนเรื่องคุยทุกที  ทำเหมือนไม่อยากจะกลับเข้าร่างยังงั้นแหละ!

 

คนตัวเล็กเหลือบมองร่างที่ลอยอยู่บนอากาศแล้วถอนหายใจยาว

มันคือสิ่งที่เค้าไม่เคยเข้าใจในผีตนนี้เลย ......

 

"อ๊ะ ...นั่น!!" ทงเฮร้องทักขึ้น เมื่อสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ผิดแปลกออกไป

 

"หืมม???"

 

"มือนายหายไปข้างนึงอ่ะ ดูสิ!!!" ชี้ไปทางมือที่เท้าคางอยู่ของคิบอมซึ่งเหลืออยู่เพียงข้างเดียว ผีหนุ่มเหล่มองมือตัวเองตามที่ทงเฮชี้ แล้วคิดในใจว่า ซวยล่ะ ถูกเห็นเข้าซะแล้วสิ!

 

"กลับมาแล้วนี่ไง" สะบัดเบาๆเพียงทีเดียว มือข้างนั้นก็กลับมาปรากฏดังเดิม ทงเฮหรี่ตามองอย่างไม่ไว้วางใจ ในขณะที่คิบอมยิ้มให้ร่างบางแหยๆ

 

"ทำไมจู่ๆมันถึงหายไปซะล่ะ"

 

"เอ่อ....." คิบอมกำลังลังเลอยู่ว่าควรจะบอกความจริงดีหรือไม่พูดดี

 

อย่างไหนจะทำให้อารมณ์โกรธคนสวยพร้อมอาละวาดได้เร็วกว่ากัน???

 

"วิญญาณก็อย่างนี้แหละ ......หายตัวได้ไง" ตอบแล้วฉีกยิ้มกลบเกลื่อน ^^"

 

".................."

 

ร่างบางเขม่นมองคิบอมแบบจับผิดเต็มที่ ทำให้ชายหนุ่มต้องกลืนน้ำลายเหนียวๆลงคอ ถึงแม้ผีจะไม่มีน้ำอะไรในปากให้กลืนก็เถอะ! แต่เค้าก็รู้สึกเหมือนอย่างนั้นจริงๆนะ!!

 

"เรียกอีกอย่างว่าล่องหนน่ะ..........รู้จักใช่มั้ย?" คิบอมยกมือข้างที่เพิ่งหายไปเมื่อครู่ ขึ้นเกาท้ายทอยแก้ประหม่า พยายามหาทางออกด้วยคำพูดที่ฟังดูดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

"อ๋อ~" ทงเฮลากเสียงยาว พลางพยักหน้าขึ้นลงช้าๆ

 

"รู้จักสิ"

 

ได้ยินแบบนั้น คิบอมก็ค่อยโล่งใจขึ้นมาหน่อยที่ทงเฮเป็นคนที่เข้าใจอะไรได้ง่ายดีเหมือนกัน แต่อีกไม่กี่วินาทีต่อไป เค้าก็เพิ่งจะรู้ว่า ...ตัวเอง คิดผิดถนัดไปไกลเลยทีเดียว!!!!

 

"มิน่า...นายถึงได้ล่องหนเข้าไปในห้องน้ำกตอนที่ชั้นกำลังอาบน้ำด้วยใช่ม๊ายยยยยย!!!!!!!!!!"

 

ทงเฮกระตุกมุมปากเย็นๆ ก่อนจะใช้เสียงสูงโซปราโน่ตวาดไอ้ผีทะเลด้วยความเดือดดาลที่มันบังอาจขัดคำสั่ง ด้วยการหายตัวเข้าไปแอบดูเค้าทำความสะอาดร่างกาย!!!

 

นี่ถ้าจับตัวมันได้ ทงเฮคงไม่ลังเลที่จะใช้มือทั้งสองข้างบีบคอคิบอมให้ตาถลน โทษฐานที่เป็นผีถ้ำมอง แต่เพราะเอื้อมคว้าไปก็เจอแต่อากาศธาตุ ทำให้คนตัวเล็กได้แต่แหกปากด่าไม่เลี้ยง แทนที่จะเป็นคนกลัวผีอย่างเช่นเคย กลับกลายมาเป็นคนที่ทำให้ผีกลัวได้ซะงั้น

 

"อา....ทงเฮอา~ ชั้นล่องหนไปโน่นไปนี่ได้ แต่มันไม่ได้หมายความว่าชั้นจะล่องหนไปดูนายอาบน้ำน๊า~"

 

"เฮอะ!! นายกำลังจะบอกชั้นเข้าใจผิดไปเองงั้นสิ" คิบอมกำลังจะพยักหน้ากับคำกล่าวหานั้น แต่ทงเฮกลับพูดสวนขึ้นมาเสียก่อนที่จะได้ทันแก้ตัวใดๆ

 

"ตอนนั้นถึงจะมองไม่เห็น แต่ชั้นรู้สึกได้ล่ะกันว่า ..มี-คน-แอบ-ดู..!!!" ทงเฮเน้นเสียงหนักในคำท้ายประโยค จนคิบอมรู้สึกราวกับโดนตีแสกหน้ายังไงยังงั้น อุบะ!! มีซิกส์เซ้นส์ก็ไม่บอก จะได้หายตัวไปแบบให้เนียนกว่าเดิม โธ่ ถูกจับได้เลยเรา T T แย่ที่สุด คิมคิบอมเอ๋ย~

 

"แล้วจำที่บอกไม่ได้หรือไงว่า ถ้าแหยมหน้ามาแอบดูชั้นแก้ผ้าอีกเมื่อไหร่ ก็อย่าหวังเลยว่าจะช่วยทำให้นายกลับเข้าร่างน่ะห่ะ!!!"

 

"อ่า~~~" คิบอมร้องคราง พร้อมแสร้งหน้าเดือดเนื้อร้อนใจเป็นการใหญ่ ที่ทงเฮจะไม่ยอมช่วยเค้า อย่างที่เคยได้พูดขู่ไว้ตั้งแต่ตอนแรก

 

"อย่าทำอย่างนั้นสิ ทงเฮอา~"

 

"ไม่ต้องมาเรียกชั้นแบบสนิทสนมเลยนะ!!!" โดนแหวใส่จนหน้าเบ้ คิบอมเลยต้องงัดไม้ตายสุดท้ายขึ้นมาใช้ เพื่อให้ร่างบางยอมเป็นพันธมิตรกับเค้าต่อไปโดยไม่ตัดรอนหนีไปซะก่อน

 

"ลองคิดดูนะว่าถ้าเกิดชั้นกลับเข้าร่างไม่ได้ เพราะนายไม่ยอมช่วย ชั้นก็จะต้องอยู่เป็นผีรังควาญนายไปตลอดชีวิตเลยจริงมั้ยล่ะ...? ซึ่งชั้นก็ไม่ได้แคร์อะไรอยู่แล้วว่าตัวเองจะเป็นหรือตาย ...อันที่จริงเป็นผีก็สบายกว่าตอนที่เป็นคนตั้งหลายอย่างนะ ไม่หิว ไม่เจ็บ จะหายตัวก็ได้ ลอยไปไหนก็ได้ แถมยัง"

 

"หยุดพล่ามสักที!!!!"

 

กำลังสาธยายอยู่อย่างเมามันส์ ก็มีอันต้องสะดุดกึกเหมือนแผ่นเสียงตกร่อง

 

คิบอมหันไปมองคนน่ารักที่ทำให้หน้าย่น(แต่ก็ยังน่าร้าก~อยู่ดี) เพราะเครียดจัด แล้วลองแย๊บถามร่างบางดูอีกรอบ เพื่อยืนยันความสำเร็จในการพูดไซโคจนคอแห้งเป็นผงของตัวเอง

 

"ตกลงคือ... นายจะไม่ช่วยชั้นจริงๆเหรอ?"

 

ทงเฮเม้มปาก ขัดใจ ถึงแม้อยากจะทำให้ได้อย่างที่เคยประกาศไว้ แต่พอมาฟังที่คิบอมเล่า จิตใจของเค้าก็เอนเอียงไปในทางที่เห็นด้วยกับไอ้ผีทะเลแก้มบวมนั่นซะแล้ว

 

"ชิ...ช่วยก็ได้วะ!!!"

 

"เห็นม๊า~ ชั้นว่าแล้วว่าทงเฮน่ะไม่ได้เวอร์จิ้นแค่ร่างกาย แต่จิตใจก็ยังเวอร์จิ้น บริสุทธิ์ผุดผ่องอีกด้วยแน่ะ"

 

คนตัวเล็กถลึงตาใส่ไอ้ผีที่พูดคำว่า ‘เวอร์จิ้น' ตอกย้ำปมด้อยเค้าไม่หยุดปาก คิบอมหัวเราะคิกคัก สนุกที่ได้ยั่วอารมณ์ทงเฮเล่น แต่ก็หยุดขำทันทีที่เห็นร่างบางแยกเขี้ยวใส่ ...ท่าทางเล่นมากไปหน่อยซะล่ะมั้ง?!

 

"นายน่ะหุบปากไปเลย" สวยโหดดุ ... คำนิยามของอีทงเฮที่บัญญัติในใจของคิมคิบอมในตอนนี้

 

"ชั้นจะช่วย แต่นายต้องบอกมาสักทีว่าไอ้จดหมายนั้นน่ะ อยู่-ที่-ไหน ...เข้าใจมั้ย?" ร่างสูงโปร่งนิ่งไปชั่วครู่ เหมือนกำลังตรึกตรองอะไรบางอย่างอยู่ในใจ ก่อนจะพยักหน้ารับช้าๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะกลัวทงเฮจับวิญญาณลงไหถ่วงน้ำหรืออย่างไร ผีขี้เล่นอย่างคิบอมถึงได้เลิกยียวนขึ้นมาเสียกลางครัน

 

"ก็ได้" คิบอมตอบรับสั้น ทงเฮเลยเอ่ยกระตุ้น เพื่อให้รู้คำตอบเร็วขึ้น

 

"งั้นก็รีบบอกมาเร็วๆสิ ..."

 

ผีหนุ่มกรอกตาขึ้นไปมองท้องฟ้า แล้วค่อยๆเบนกลับมาที่วงหน้าขาวๆของเด็กหนุ่มขี้โมโห เรียวปากได้รูปเหยียดยิ้มบางๆ ก่อนจะยอมเอ่ยถึงสถานที่ที่มีซองจดหมายสีขาวสะอาดตานอนสงบนิ่งอยู่ในนั้น

 

"มันอยู่ในล๊อคเกอร์ของชั้นที่มหา'ลัย"

 

"งั้นเราก็รีบไปที่มหาลัยนายกันเลย ตอนนี้แหละ!"

 

ทงเฮทำท่าจะลุก แต่กลับถูกวิญญาณโปร่งแสงที่เคยล่องลอยอยู่อากาศ โผล่เข้ามาขวางทางซะงั้น ทำให้ร่างบางยิ่งปรี้ดแตกด้วยความไม่พอใจที่ถูกขวาง ทั้งๆที่ก็ตั้งใจจะช่วยให้เรื่องมันรีบๆจบไป แต่ไอ้ตัวต้นเหตุมันดันคอยถ่วงแข้งถ่วงขาเค้าซะนี่ แล้วอย่างนี้มันจะได้กลับคืนร่างม๊ายยย คิมคิบอม!!!

 

"ยังไม่ต้องหรอก..."

 

"เอ๊ะ...!!!"

 

"มันยังไม่ถึงเวลา"

 

คิบอมว่าเสียงเรียบหน้านิ่ง ผิดกับเมื่อกี้เป็นคนละคน ทงเฮขมวดคิ้วแปลกใจ ก่อนจะเอ่ยถามกลับด้วยน้ำเสียงขุ่นๆเหมือนอารมณ์ว่า

 

"แล้วจะรอให้ยัยฮานึนนั่นบินไปต่างประเทศก่อนมั้ยล่ะ ชั้นจะได้นั่งพิมพ์จดหมายรักของนาย แล้วส่งทางอีเมล์ไปให้แทนไง" ประชดแดกดันตามนิสัยที่หยั่งรากลึกจนกลายเป็นสันดานที่แก้ไม่หาย

 

ร่างสูงเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนอมยิ้มจนแก้มทบปริ ...ผู้ชายอะไร ขี้วีนอย่างกับผู้หญิงวัยทอง

 

"แต่นายแตะคอมไม่ได้นี่นา~"

 

"หา..........."

 

"ก็จากข้อมูลของท่านพญายม เขียนบอกเอาไว้ว่า ..อีทงเฮ คือมนุษย์ที่เกิดมาเพื่อทำลายล้างเครื่องคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะ  ....หรือจะเถียงว่าข้อมูลของท่านพญายมไม่เป็นความจริงกันล่ะ ทงเฮ~"

 

คิบอมยื่นหน้าเข้าไปยิ้มทะเล้นใส่ คนที่โกรธจนริมฝีปากสั่นระริก ทงเฮแทบจะลืมไปว่าตัวเองต้องไปตามหาจดหมายให้ไอ้ผีจอมกวน เพราะความที่โมโหที่ถูกตราหน้าว่าเป็น มือทำลายล้างคอมพิวเตอร์ นั่นเอง

 

"ตายซะเถอะ!!! ไอ้ผีทะเล!!!!!!!!!!"

 

ตะโกนด่าลั่น แล้วหลับตาพนมมือท่องบทสวดมนต์ ต้องการให้ไอ้ผีชั่วร้ายมันปวดแสบปวดร้อน เพื่อเป็นการสั่งสอนที่บังอาจมาแหยมกับท่านทงเฮผู้นี้ แต่ถ้าทงเฮลืมตาขึ้นมามองร่างโปร่งแสงตรงหน้าแล้วล่ะก็... เค้าคงจะเห็นว่า นอกจากคิบอมจะไม่ดิ้นทุรนทุรายอย่างที่อยากจะให้เป็นแล้ว

 

คุณผีขี้แกล้งยังทำปากขมุบขมิบล้อเลียนทุกการกระทำของทงเฮอีกต่างหาก!!!

 

แต่สงสัยถ้าทงเฮท่องจบบทเมื่อไหร่ คงต้องแกล้งเจ็บกันเสียหน่อยแล้วล่ะ

ไม่งั้นโดนโกรธเพิ่มมากกว่าเดิมแหงๆเลย......

 

คิบอมคิดในใจ พลางยิ้มบางๆ

 

 

 

ถ้าหากสามารถหยุดเวลา ณ ตอนนี้ไว้ได้ ก็คงดีสิเนอะ

เพื่อให้ได้อยู่ข้างๆกันอย่างนี้

 

 

 

....ตลอดไป

 

 

 

 

TBC.

 

 

 

 

ในที่สุดก็ต้องจบภายใน 3 ตอน มาลงให้วันฮาโลวีน ก่อนไปค่ายปัจฉิมตามสัญญาค่ะ  ^^

ตอนหน้าก็จะเฉลยเรื่องแล้วน๊อ~ อย่าลืมติดตามกันนะค๊า~~  อิอิ

 

 

ปลหนึ่ง. หนังสือจะส่งให้ภายในอาทิตย์หน้านะคะ อย่าลืมอยู่รอรับกันด้วยล่ะตะเอง~ ><

ปลสอง. สาบานมาทีว่านี่เป็นการอวยพรวันเกิด ไม่ใช่การขู่กรรโชกทรัพย์!!!  -*-