Fic-Coffee-Tea-or-Me

Coffee, Tea or Me?? ...6... (50%) KiHae

posted on 13 May 2009 00:00 by piojos  in Fic-Coffee-Tea-or-Me

 

 


รถคนเดิม...
คนขับคนเดิม...
คนนั่งข้างๆก็คนเดิม...

 

แต่ที่เปลี่ยนไปคือสถานะของคนทั้งสอง ที่ตอนนี้กลายมาเป็น ‘แฟน’ กันเรียบร้อยเสียแล้ว!

 

ร่างบางนั่งตัวแข็งบนเบาะนุ่มของรถคันหรู ใช้ริมฝีปากอิ่มขบปลายนิ้ว พลางครุ่นคิดในใจถึงผลได้ผลเสีย จากการตกปากรับคำเป็นแฟนกับพ่อหนุ่มรูปหล่อ ลูกชายผบ.ตร. คิมคิบอม....คนนี้

 

....หรือเค้าจะคิดผิดนะ  

 


“ เป็นอะไร? ”

 

“ เปล่า ”

 

“ แล้วทำไมต้องทำคิ้วย่นด้วยล่ะ ” พูดไม่พูดเปล่า คิมคิบอมยังถือวิสาสะเอื้อมมือมาหยิกแก้มทงเฮเล่นอีกต่างหาก ...คิดว่าตัวเองเป็นใครกันห๊า คิมคิบอม แก้มของอีทงเฮคนนี้ไม่ได้มีไว้หยิกเล่นนะ!!!

 

“ เจ็บนะ! ” ทงเฮครางพลางปัดมือคิบอมออก

 

“ ก็อย่าทำหน้าเครียดสิ เป็นแฟนฉันต้องทำหน้าน่ารักเข้าไว้นะ ...เอาล่ะ ไหนลองยิ้มให้ดูหน่อยซิ ” บอกให้ทงเฮยิ้ม โดยการยิ้มแก้มบวมนำร่องให้ดูก่อน

 

เหอะ! น่ารักตายล่ะ  = =

 

“ จะดูทำไมตอนนี้ ..มองถนนไปเหอะ เดี๋ยวก็โดนรถชนตายกันพอดี ”

 

“ ดีออก ถ้าอย่างน้อยตอนตาย แล้วมีนายนั่งอยู่ข้างๆ ” ทงเฮทำตาโตแล้วขึ้นเสียงสูงทันควัน

 

“ นี่นายจะพาฉันมาตายงั้นเรอะ?! ”

 

คิบอมส่ายหน้าขำๆก่อนจะตอบปฏิเสธไปให้ทงเฮคลายกังวล “ เข้าใจอะไรง่ายดีนี่... ”

 

พอได้ยินคำประชดแกมขบขัน ทงเฮก็ทำหน้าตูมใส่คิบอมทันที ร่างบางผินหน้าออกไปมองวิวนอกหน้าต่าง เพราะไม่อยากจะทนมองหน้าคุณแฟนจอมกวนโอ๊ยให้นานนัก ไม่งั้นอาจมีรายการฆ่าบีบคอคนขับให้ตายคามือขึ้นมาได้

 

“ เฮ้อ~ ” หลังจากเงียบไปสักครู่ คิบอมก็ได้ยินเสียงคนข้างๆถอนหายใจ ก่อนที่ทงเฮจะยอมหันหน้ามาทางเค้าอีกครั้ง และเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงและใบหน้าที่จริงจัง แต่ทว่าก็ยังดูน่ารักน่าเอ็นดูอยู่ดี

 

“ นี่ถามจริงๆเถอะ …นายมาขอคบฉันทำไมเนี่ย? ”

 

นึกๆแล้วก็อายหน้าแดงที่ต้องถามแบบนี้ แต่ทงเฮก็พับเก็บความมียางอายใส่กระเป๋า แล้วเดินเครื่องถามต่อเพื่อไขข้อสงสัยให้ได้

 

“ ..... ” เมื่อเห็นคิบอมเงียบ ไม่มีคำตอบที่น่าพอใจให้ ทงเฮก็จำเป็นที่จะต้องจี้ถามโดยสุ่มความน่าจะเป็นทั้งหมดขึ้นมาพูด

 


“ หรือเพราะเรื่องเซ็กส์!!??? ”

 


คิบอมแทบจะหันมามองหน้าคนถามภายในทันทีที่ได้ยินประโยคนั้นออกมาปากริมฝีปากฉ่ำหวาน  แต่สติสัมปชัญญะก็ร้องเตือนให้เค้าตั้งใจบังคับพวงมาลัยต่อไปก่อนจะเกิดอุบัติเหตุขึ้น

 

เป็นคำถามที่ทำให้ใจหายใจคว่ำทีเดียว....

 

" ใช่....งั้นล่ะสิ ” พอเห็นอาการตกใจของคนขับ ทงเฮก็เกิดความรู้สึกผิดหวังขึ้นมาโดยไม่รู้สาเหตุ

 

ทั้งที่ก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะเป็นรักแรกพบอะไรเทือกนั้น แต่ก็อดผิดหวังไม่ได้ที่มีคนมีชอบตัวเค้าเพราะแค่เรื่องบนเตียงที่ทงเฮไม่แม้แต่จะมีสติรับรู้ด้วยซ้ำว่าเค้าทำอะไรไปบ้าง

 

“ ตอนนั้นฉันเก่งมากเลยเหรอ? นายถึงชอบฉันน่ะ...... ”

 

“ ม....ไม่ใช่สักหน่อย ” คิบอมรีบละล่ำละลักบอกให้ทงเฮคลายกังวล แต่เค้าก็ไม่ได้โกหกซะทีเดียวหรอก

 

อันที่จริง เล่นถามกันแบบนี้เค้าก็แย่น่ะสิ เพราะจนกระทั่งตอนนี้คิบอมยังไม่สามารถหาเหตุผลมีรองรับการกระทำของตัวเองได้เลย ว่าทำไมถึงได้ขอคนๆนี้เป็นแฟน ทั้งที่เพิ่งเคยเจอกันแค่ครั้งเดียวเท่านั้น

 

รักแรกพบงั้นหรือ???  แม้แต่ตัวเองยังไม่แน่ใจเลย แล้วจะให้เค้าตอบคนน่ารักไปว่าอย่างไรล่ะ ในเมื่อคิบอมไม่ใช่คนที่จะชอบพูดโกหกให้ใครฟัง

 

“ นายโกหก ” ร่างบางกล่าวอย่างแสนงอนก่อนจะผันหน้าไปมองวิวทิวทัศน์นอกหน้าต่างอีกครั้งให้แฟนหนุ่มต้องรีบตามแก้ไขความเข้าใจผิดโดยด่วน

 

“ ฉันไม่ได้โกหกนะ ”

 

“ ..... ” ทงเฮเล่นใช้ความเงียบเข้ากดดันร่างสูงให้จนปัญญาที่จะตอบโต้ใดๆ

 

“ มันก็เหมือนกับความรู้สึกเวลานายเก็บลูกหมาข้างถนนมาเลี้ยงนั่นแหละ ....ไม่รู้ว่าทำไมต้องใส่ใจ แต่รู้ตัวอีกทีก็คิดว่าปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้..... ”

 

“ นี่นายเห็นฉันเป็นลูกหมาเหรอ!? ” คราวนี้ทงเฮหันมาทำเสียงดุใส่เข้าเต็มรัก

 

“ ไม่ใช่ ฉันแค่เปรียบเทียบให้ฟังน่ะ เข้าใจมั้ย!? ” คิบอมขึ้นเสียงสูงตามทั้งไม่ได้ใส่อารมณ์ให้คนฟังต้องขัดเคืองหู มิเช่นนั้นพวกเค้าคงจะเถียงกันเรื่องนี้ไม่รู้จบ

 

“ สรุปคือ นายก็ไม่รู้เหมือนกัน ” คิบอมพยักหน้าให้กับข้อสรุปของทงเฮ

 

คนตัวเล็กกัดริมฝีปากล่างตัวเองด้วยความสับสน แต่เมื่อยิ่งคิดก็รังแต่จะทำให้ปวดหัวซะเปล่าๆ จะคบกันเพราะเห็นทงเฮเหมือนลูกหมาข้างถนนอะไรก็ช่าง แค่คิบอมปิดปาก ไม่ไปโพทะนาว่าเค้าทั้งสองมีอะไรกันก็พอแล้ว

 

เมื่อคิดได้อย่างนั้น ...ทงเฮเลยโยนคำถามทั้งหมดทิ้งลงข้างทาง แล้วปรับดันเบาะนั่งให้เอนลง จนคิบอมอดเหลือบมองด้วยความสงสัยไม่ได้ว่าคนตัวเล็กงอนเขาเรื่องอะไรอีก

 

“ ทงเฮ? ”

 

“ ง่วง ….จะนอน ” ว่าแล้วก็พลิกหันหลังให้คนขับเสียอย่างนั้น

 

“ นอน? ”

 

“ อือ~ ” ทงเฮครางงึมงำตอบ


 
“ ถึงเมื่อไหร่ก็ปลุกด้วยล่ะกัน ” เปลือกตาบางสวยกระพริบปรือๆ ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้แล้วรีบหันมากำชับคนตัวสูงที่นั่งอยู่ข้างๆเสียงเขียว

 

“ นี่! ” คิบอมใช้หางตาเหล่มามอง พลางเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

 

“ แล้วอย่าลักหลับฉันล่ะ!! ” ว่าแล้วก็รีบหันกลับไปขดตัวนอน โดยใช้มือทั้งสองข้างกอดตัวเองเหมือนจะสามารถป้องกันภัยอันตรายต่างๆจากคิบอมได้อย่างนั้นแหละ

 

“ หึ ” ร่างสูงหัวเราะลำคอแผ่วเบา

 

การที่เค้าได้มาเจอกับอีทงเฮอีกครั้งจะขอบคุณอะไรดีล่ะ

 

พรหมลิขิต ,, โชคชะตา ,, หรือจะเป็น...........................................

 

 

 

อีซองมินกับโจคยูฮยอน.....ที่จูบกัน???

 

 

*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*

 


กำลังคิดอยู่ว่าจะปลุกคนตัวเล็กให้ตื่นด้วยวิธีไหนดี แต่พอรถเริ่มหยุดนิ่ง ปราศจากการเคลื่อนไหวที่เคยคุ้น  คนความรู้สึกไวก็พลิกตัวกลับก่อนจะลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจ หาวปากกว้าง โดยไม่ต้องเสียเวลาปลุกสักนิด

 

“ ถึงแล้วเหรอ? ” คิบอมพยักหน้าตอบ ทงเฮก็ดูเหมือนจะมีความกระตือรือร้นขึ้นมาหน่อยเมื่อเห็นสถานที่ตรงหน้าผ่านกระจกรถ

 

“ ว้าว! หรูชะมัด ” ปากแดงพึมพำชื่นชมสถาปัตยกรรมภายนอกของร้านบูติคที่มีชื่อเสียงที่สุดในกรุงโซล ดวงตาเป็นกระกายระยิบระยับ เมื่อคิดคำนวณถึงมูลค่าทั้งหมดของงานหมั้นครั้งนี้ของน้องชายต่างมารดา

 

โจคยูฮยอน.......ไอ้จิ้งจอกตกถังข้าสารเอ้ยยยยย~~!!!!!

 

“ จะลงหรือยัง? ”

 

“ อือ ” ร่างบางถอดเข็มขัดนิรภัยออกอย่างรวดเร็ว พลางเปิดประตูลงไปยืนตื่นเต้นกับความโอ่อ่าของตึกตรงหน้า  อุแม่เจ้า....ใหญ่อะไรขนาดนี้~

 

“ หิวอะไรมั้ย ” คิบอมที่ดับเครื่องแล้วตามลงมายืนข้างกันเอ่ยถามขึ้น ทงเฮจึงส่ายหน้าแล้วบอกว่าไม่ค่อยหิวเพราะกำลังอิ่มอกอิ่มใจกับวาสนาของน้องชายอยู่

 

“ งั้นก็เข้าไปเลยล่ะกัน ”

 

มือใหญ่คว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็ก พลางจูงแฟนคนล่าสุดเข้าไปข้างใน โดยที่ปากอิ่มแดงไม่ได้เอ่ยทักท้วงเนื่องจากกำลังอยู่ในภาวะกึ่งเบลอกึ่งมึนกับสีทองอร่ามที่ตกแต่งเป็นลวดลายวิจิตรงดงามทั่วทั้งร้าน

 

“ นี่นาย ”

 

“ หืม? ”

 

“ คือเพื่อนนายน่ะ ....น้องเขยฉัน ” บอกสถานะของคนที่ต้องการจะพูดถึงโดยมีคิบอมพยักหน้าไปพลาง

 

“ เป็นคนยังไงเหรอ? ”

 

“ ถามทำไม ”

 

“ ก็น้องเขยฉันทั้งคนนี่นา~ ฉันก็ต้องอยากรู้เป็นธรรมดาสิว่าเป็นคนยังไง ” ทงเฮขึ้นเสียงสูงเมื่อคิบอมหันหลับมามองหน้าด้วยแววตาช่างจับผิด

 

“ จะว่าไงดีล่ะ ” ร่างสูงทำท่าคิดหนัก เมื่อต้องมาบรรยายลักษณะนิสัยของเพื่อนรัก “ เป็นคนที่เดาใจไม่ถูกล่ะมั้ง ”

 

“ เอ๋? ”

 

“ เหมือนว่าจะดูออกง่าย แต่จริงๆแล้วเป็นคนที่คาดเดาความคิดไม่ได้เลยล่ะ ”

 

“ ฉันก็ว่างั้น ” ทงเฮพยักหน้าเห็นด้วยในที “ เพราะไม่งั้นเค้าคงไม่อยากแต่งกับน้องฉันหรอก ”

 

“ ทำไมล่ะ? ” คิบอมเป็นฝ่ายถามบ้าง ....เค้าก็อยากรู้เรื่องราวเกี่ยวกับน้องชายของทงเฮเหมือนกัน

 

“ โหย~ ไอ้คยูน่ะ...สุดยอดของความชั่วร้ายมารวมอยู่ในตัวมันคนเดียวเลยนะ! ” ร่างบางขึ้นเสียงสูง แต่ทำท่าป้องปากกระซิบ ประมาณว่าอยากเม้าท์เต็มที่ เห็นอย่างนั้นแล้วคิบอมก็อดยิ้มให้กับความน่ารักของทงเฮไม่ได้

 

“ ทั้งกินเหล้า สูบบุหรี่ เที่ยวผู้หญิง เล่นการพนัน ไถเงินชาวบ้าน เกะกะระราน ทำหน้ากวนโอ๊ย แล้วก็.... ” ว่าจะร่ายความเลวร้ายของน้องให้หมดไส้หมดพุงในคราวเดียว หากแต่เสียงทุ้มๆที่ดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำให้ทงเฮขนลุกเกรียวกราวและรูดซิปปากไปโดยปริยาย

 

“ แล้วอะไรอีกล่ะ!!??? "
หันไปก็เจอหน้าหล่อแบบเบี้ยวๆของคุณน้องยืนยิ้มรอเชือดคุณพี่อยู่

 

ทงเฮเบิกตากว้างด้วยความตกใจแบบยกกำลังสอง เนื่องจากจู่ๆคนที่กำลังนินทาอย่างออกรสก็โผล่หัวออกมายืนเป็นเงาทะมึนอยู่ทางด้านหลังของตัวเอง แต่ที่ทำให้ตกใจยิ่งกว่าคือ.........ชุดของโจคยูฮยอน!!

 

 


ฮากว่านี้มีอีกมั้ย~!!!

 

 

กำลังจะหัวเราะลืมโลกอยู่แล้วเชียว หากไม่เหลือบไปเห็นสายตาข่มขู่ที่คยูฮยอนใช้กับทงเฮเข้าเสียก่อน คนตัวเล็กก็เลยได้แต่กัดปากล่าง ข่มเสียงหัวเราะทั้งหมดให้กลืนหายกลับเข้าท้อง ก่อนที่จะพุ่งทะยานออกมาให้โจคยูฮยอนได้ยินจนเป็นที่ระคายเคืองหู และไม่นานเค้าคงจะตาเขียว ตาบวม เพราะถูกน้องชายตัวสูงต่อยเอาก็เป็นได้...

 

หากขืนยังกล้าหัวเราะเยาะชุดกระโปรงฟูฟ่องหวานแหววที่คยูฮยอนสวมใส่อยู่ตอนนี้ล่ะก็...นะ

 

“ อ้าว คิบอมมาแล้วเหรอ ” คนที่โผล่มาทางด้านหลังชุดกระโปรงสุ่มฟูๆของคยูฮยอน คืออีซองมินที่มีดวงตาเป็นประกายวิบๆ และรอยยิ้มหวานที่สดใส

 

“ พี่ทงเฮก็มาด้วย ”

 

“ อ่า....ครับ คุณน้องเขย ” ด้วยสัญชาตญาณชอบประจบคนรวยทำให้ทงเฮรีบส่งยิ้มหวานหยดให้น้องเขยสุดน่ารักอย่างซองมินทันที

 

“ ไม่ต้องพูดสุภาพก็ได้ฮะ ยังไงเราก็จะเป็นครอบครัวเดียวกันอยู่แล้ว ” ซองมินเอ่ยอย่างเป็นมิตร ในขณะที่เจ้าสาวคนสวย(!?) ทำท่าเบะปากขยับพูดตามโดยไร้เสียง

 

“ ว่าแต่ชอบกันมั้ย? ”

 

“ ห...หา ” ทงเฮกับคิบอมอุทานขึ้นมาพร้อมกัน เพราะไม่เข้าใจคำถามของซองมินแม้แต่น้อย

 

“ ก็ชุดของคยูฮยอนนี่ยังไงล่ะ ซองมินเลือกเองกับมือเลยน๊า~ สวยมั้ยล่ะ??? ”

 

“ ส...สุดยอด!!!!! ...แบบว่า ไม่เคยเห็นคยูฮยอนสวยเท่านี้มาก่อนในชีวิตเลย ” ทงเฮชมเชยแบบไม่กลัวสายตาพิฆาตของไอ้น้องชายหน้าโหดเลยสักนิด 

 

พูดเอาใจคุณน้องเขยไว้ก่อน เรื่องจะโดนฆ่าเอาไว้ทีหลัง เพราะคยูฮยอนเองก็เหมือนจะเกรงๆซองมินอยู่นิดๆด้วยล่ะมั้ง ไม่อย่างนั้นคนดิบเถื่อนแบบมันคงไม่ยอมใส่ชุดพรรค์นี้แน่ๆ

 

“ มงกุฎอันจิ๋วๆนั่นพอประดับอยู่บนหัวของคยูฮยอนแล้วช่างดูเหมาะเจาะเสียนี่กระไร ชุดก็เป็นแบบที่ช่วยขับให้ผิวซีดเผือดเหมือนผีดิบหลงหลุมดูเปล่งปลั่งเหมือนไข่มุกเนื้อดี แล้วไหนจะ................. ”

 

“ อีทงเฮ !!!!!!!!!!!!! ”

 

พอโดนตวาดใส่ คนปากดีก็สะดุ้งโหยง แล้วรับวิ่งเข้าไปหลบหลังแฟนหนุ่มอย่างรวดเร็ว เพื่อเป็นเกราะกำบังเค้าจากส้นสูงที่คยูฮยอนถอดออกมาจากฝ่าเท้าเรียวงาม(!?) ง้างมือเตรียมขว้างใส่หัวผู้เป็นพี่

 

“ แหม..... คยูฮยอนนี่เขินล่ะสิ ที่คุณพี่ชมน่ะ ” ซองมินหัวเราะเสียงใส

 

“ ใครเขินวะ ทุเรศตัวเองล่ะสิไม่ว่า ....ถ้าใครหน้าไหนแม่งเปิดปากพูดคำว่าสวยหรือน่ารักอีกล่ะก็.... เตรียมตัวหาซื้อโลงศพไว้ได้เลย!!!! ” ชี้หน้าด่ากราด ไม่เว้นแม้กระทุ่งคิบอมที่ยืนฟังอยู่เฉยๆก็ตาม

 

“ อา...ใจเย็นๆสิ คยูฮยอนนี่~ อย่างนี้เริ่มไม่น่ารักแล้วนะ ”

 

“ ใครใช้ให้เปลี่ยนชื่อฉันห่ะ ” ข่มขู่สามีในอนาคตด้วยการถลึงตาใส่ แต่ก็ไม่มีวี่แววที่อีซองมินจะทำท่ากลัวคยูฮยอนเหมือนคนอื่นๆเลยสักนิด

 

“ แต่ยังไง พอแต่งเข้าบ้าน...คยูฮยอนก็ต้องเปลี่ยนนามสกุลเป็น อีคยูฮยอน อยู่แล้วนี่นา เพราะงั้นเปลี่ยนชื่อเป็นคยูฮยอนนี่ด้วย จะได้คล้องจองไม่ดีเหรอ  คยูฮยอนนี่~~ ”

 

ไม่ทราบว่าซองมินตั้งใจจะกวนประสาท หรือแค่พูดด้วยความไร้เดียงสา แต่ผลที่ออกมาคือ การทำให้คยูฮยอนแทบจะคลั่งตาย เพราะไม่สามารถจัดการซองมินได้ด้วยกำลังหรือการขู่ เหมือนอย่างที่ทำมาเป็นประจำกับคนอื่นๆนั่นเอง

 

“ เพื่อนนายเจ๋งอ่ะ ” ทงเฮกระซิบบอกคิบอมเมื่อเห็นน้องชายพ่ายแพ้ไม่เป็นท่าให้กับคนตัวเล็กๆอย่างอีซองมิน

 

“ น้องนายก็โหดใช่ย่อย ” คิบอมบอก ทำให้ทงเฮพยักหน้าแบบเห็นด้วยเต็มที่

 

“ แต่คนที่เอาไอ้คยูอยู่หมัด ฉันว่าเก่งที่สุด! ” คิบอมอมยิ้มให้กับทงเฮอีกครั้ง ก่อนจะหันไปสนใจมวยคู่เอกที่ดูท่ามุมน้ำเงินอย่างโจคยูฮยอนคงใกล้จะถูกอีซองมินเพื่อนเค้าน็อคเอ๊าท์อยู่รอมร่อ

 

...ทางที่ดี เค้าควรจะเข้าไปหย่าศึกสินะ

 

“ แล้วพี่เยซองกับพี่คังอินไปไหนซะล่ะ ”

 

คิบอมเลือกที่จะถามถึงบุคคลที่ไม่ได้อยู่ ณ ที่นี้มากกว่าเอ่ยปรามให้ทั้งสองคนหยุดกวนอารมณ์ซึ่งกันและกัน และมันก็ได้ผลเสียด้วย เมื่อซองมินหันมาตอบเค้า ส่วนคยูฮยอนก็หยุดขู่เสียงต่ำ

 

“ อ๋อ...พี่คังอินกับพี่เยซองไปสตาร์ทรถรอแล้วล่ะ เรากำลังจะโทรไปบอกให้คิบอมขับเลยไปรอเราที่บ้านตอนที่คิบอมกับทงเฮฮยองกับมาถึงพอดี ”

 

“..เอ๋? แล้วนายจะไปพบว่าที่พ่อแม่สามีด้วยชุดนี้เนี่ยนะ ” ทงเฮทำเสียงกลั้วหัวเราะระหว่างที่ตั้งคำถามชวนให้น้องชายอย่างคยูฮยอนหัวเสียขึ้นมาอีกรอบ

 

“ หุบปากก่อนที่จะไม่มีฟันไว้ให้กินข้าวเถอะน่า อีทงเฮ!!! ”

 

“ ระวังจะสวยจนพ่อแม่สามีนายตกตะลึงล่ะกัน! ”

 

กัดแล้วราดทิงเจอร์ให้คยูฮยอนแสบแผลจนถึงทรวงใน ก่อนจะกระโดดหลบไปเกาะหลังคิบอมโดยซ่อนตัวให้มิดกว่าเดิม เมื่อเห็นคยูฮยอนกำลังจะถลาเข้ามาบีบคอเค้า

 

“ อย่าทะเลาะกันเลย ถือว่าฉันขอล่ะ ” คยูฮยอนเลิกคิ้วมองคนที่เอ่ยปากขอร้องแทนไอ้ตัวแสบด้านหลัง แล้วใช้ลิ้นดุนโพรงปาก นึกแปลกใจ...

 

“ นายเป็นอะไรกับอีทงเฮ เพิ่งรู้จักกันไม่ใช่เหรอ ...แล้วไปหลบหลังเค้าทำไมห่ะ สนิทอะไรกันนักหนา! ” ประโยคแรกพูดกับคนที่เอาตัวกันพี่ชายอยู่ ส่วนประโยคหลังคยูฮยอนใช้ตะคอกทงเฮที่ทำตัวลีบตัวแบนเหมือนอะมีบา  รู้สึกว่าความสัมพันธ์ของสองคนนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย

 

...มันต้องมีตื้นลึกหนาบางอะไรอยู่แน่ๆ
ไม่อย่างนั้น ทงเฮคงไม่ทำตัวมีความลับอย่างนี้หรอก

 

“ ก็.....ก็ ” คนตัวเล็กเอ่ยตะกุกตะกัก เพราะไม่ทันคิดว่าน้องชายจะถามเอาซึ่งๆหน้าแบบนี้ ทงเฮจึงได้แต่เอ่อๆอ่าๆ แล้วกระตุกชายเสื้อคิบอมยิกๆ ให้ช่วยทำอะไรสักอย่างก่อนที่สัญชาตญาณดิบโหดโฉดชั่วในกายของคยูฮยอนจะจับได้ถึงความผิดปรกติของคนทั้งคู่

 

“ คือว่า.........พวกเรา........... ”

 

“ ............... ”

 

“ พวกเราเคยเจอกันมาก่อนน่ะ ” หลังจากที่เหลือบไปมองสีหน้าตื่นๆแต่น่ารักเท่าโลกของคุณแฟนจากทางด้านหลัง คิบอมก็เลยจำใจต้องโกหกน้องภรรยาไปแบบนั้น เนื่องจากนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มของทงเฮกำลังบอกกับเค้าว่า ....หากสะเออะพูดเรื่องวันก่อนล่ะก็ แม่จะอาละวาดให้ร้านพังเลย คอยดูสิ!

 

“ เคยเจอกันมาก่อนงั้นเรอะ.... ” คยูฮยอนทวนคำพลางหรี่ตาลงมองหน้าคนทั้งคู่แบบไม่ไว้วางใจ

 

“ อือ....ใช่ๆ แบบว่าเคยเจอกันมาก่อนน่ะ ก็เลยรู้จักกัน ฮ่าๆๆๆ โลกเรานี่มันกลมจังเลยเนอะ คิบอมเนอะ ”

 

ทงเฮรีบพูดสวนขึ้นมาด้วยความเร็วแสง ก่อนที่คิบอมจะเอ่ยปากตอบโต้คยูฮยอนเนื่องจากร้อนตัว ร่างบางก็หัวเราะร่วนเหมือนมันเป็นเรื่องน่าขบขันเสียแล้ว ทั้งที่อีกสองคนที่เหลือไม่มีใครขำเลยสักนิด อีทงเฮจึงค่อยๆลดเสียงหัวเราะดังโอเว่อร์ของตนลงเหลือแค่เสียงหัวเราะแหะๆเท่านั้น

 

“ ซองมินก็ว่าโลกมันกลมเหมือนกันฮะ ” มีเพียงคนเดียวที่ยอมรับมุขฝืดๆของทงเฮ ก่อนจะตบท้ายประโยคด้วยสายตาหวานหยดที่เหลียวมองว่าที่ภรรยา และก็.........

 

 

“ เพราะถ้าโลกแบน ซองมินก็จะไม่มีวันได้เจอกับคยูฮยอนนี่ได้เลยน่ะสิ ”

 

 

 

กูจะอ้วกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

 


คยูฮยอนได้แต่ตีอกชกตัวเองในใจ ตอนที่ซองมินจับมือเค้าขึ้นมากุมพร้อมกับพูดจาน่าคายของเก่าอย่างแรง แต่ร่างกายเจ้ากรรมมันกลับทรยศจนอยากจะตัดแขนข้างนั้นทิ้งเสียให้รู้แล้วรู้รอด

 

เอ้ย จะแข็งเป็นสากกะเบือทำอะไรวะ โจคยูฮยอน!!
สะบัดมันทิ้งสิวะ   เวรเอ๊ยยยยยยย
แค่เผลอตัวจ้องตาใสแจ๋วนั่นเข้าหน่อย  แม่ง ...อย่าคิดสิว่ามัน................

 

 

น่ารัก~!

 

 

“ เพื่อนนายนี่ท่าทางจะเป็นคนโรแมนติกเนอะ ดูสิ พูดซะจนน้องฉันกลายเป็นใบ้ไปเลยอ่ะ ” ผู้เห็นเหตุการณ์จอมจุ้นจ้านเริ่มกระซิบเสียงเบาคุยกับแฟนหนุ่มของตัวเองอีกครั้ง

 

“ อืม..... คู่นั้นเค้าก็หวานกันดี ”

 

“ ใช่ๆ ” ทงเฮพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของคิบอมเต็มที่ แต่ก็ต้องมายืนตัวแข็งเป็นใบ้เหมือนคนที่ตัวเองเพิ่งจะนินทาไปหยกๆ เมื่อร่างสูงโน้มหน้าลงมา กดจมูกโด่งสวยลงไปบนแก้มของเค้าอย่างรวดเร็ว ฉวยโอกาสตอนที่ซองมินและคยูฮยอนไม่สนใจ สูดกลิ่นหอมของแป้งเด็กบนพวงแก้มใสเข้าไปกักเก็บจนเต็มปอด ทำเอาทงเฮได้แต่นิ่งแข็งตอบโต้อะไรไม่ทัน แม้กระทั่งคำตอบที่จะให้ตอนที่คิบอมถามว่า.........

 

“ แล้วเมื่อไหร่จะถึงทีคู่เราบ้างล่ะ? ”

 

^^

 

สมองทงเฮขาวโพลนไปหมด ปฏิกิริยาตอบกลับคือการเงื้อมือหมายจะฟาดหลังคนกะล่อนให้ดังอั้ก! แต่ก็ต้องมาชะงักเพราะเสียงเรียกชื่อเค้าของซองมินเสียก่อน

 

“ ไปกันเถอะฮะ พวกพี่คังอินกับพี่เยซองคงจะรอนานแล้ว ”

 

มือที่ค้างอยู่กลางอากาศเก็บกลับมาแนบข้างลำตัวทันควัน แต่ก็ยังไม่วายใช้สายตาดุๆคาดโทษคนที่ยิ้มหน้าเป็นว่า อย่าถึงทีเค้าบ้างก็แล้วกัน ...พ่อจะเตะให้สูญพันธุ์ ใช้การไม่ได้อีกเลยคอยดู!!!

 

 

 

 


TBC.

 

 

 

 

ตัดมาลงเท่านี้ก่อน เพราะหลังจากนี้คงจะยุ่งไปอีกนาน
ต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่ต้องให้รอกันอีกแล้ว
จริงๆกะจะลงตอนนี้ตั้งแต่วันจันทร์ แต่เน็ตเต่าถุย(นามสมมติ) มันสารชั่วมากค่ะ
สัญญาณไฟ ADSL ติดๆดับๆ ยังกะคนกระพริบตาปิ๊งๆ  - -*
เดี๊ยะแม่เปลี่ยนไปใช้ขององค์การแล้วจะรู้สึก!!!   (รู้สึกอะไร?)

ปล. เรื่องนี้ยังจะมีคนอ่านอยู่มั้ยน๊า??? (หัวเราะแห้ง เอิ๊กๆ)