Fic-Love-Plus

Love Plus ...5... [100%]

posted on 26 Oct 2008 13:24 by piojos  in Fic-Love-Plus

 

 

 

ที่บอกว่าจะให้ฮยอคแจขับรถมาส่ง.... 

 

ทงเฮไม่นึกเลยจริงๆว่า ประโยคนั้นจะรวมถึงตัวคนพูดไว้ด้วย! 

 

 

ระยะทางตั้งแต่ตัวรถเคลื่อนออกจากโรงพยาบาล จวบจนกระทั่งตอนนี้ร่างบางก็ยังนั่งหนีบชิดกับประตูรถเช่นเดิม ..ผิดกับเจ้าของรถที่นั่งด้วยท่วงท่าสบายๆอยู่ที่ฝั่งประตูอีกด้าน 

 

ก่อนหน้านี้ทงเฮไม่เข้าใจเลยว่ายุนโฮจะนั่งมาส่งเขาทำไม?  ในเมื่อให้ฮยอคแจมาส่งเขาคนเดียวก็ย่อมได้ แต่แล้วคำตอบของนักธุรกิจหนุ่มก็ทำให้ทงเฮกระจ่างในข้อสงสัยทันที

 

 

 

เพราะฉันไม่ไว้ใจนาย

 

 

 

แค่ประโยคสั้น แต่ก็มีผลให้เกิดความรู้สึกด้านมืดที่ก่อตัวขึ้นภายในจิตใจ มันดำทะมึนจนทงเฮไม่สามารถมองเห็นความหวังดีจากคำพูดของยุนโฮได้เลยแม้แต่น้อย

 

ทงเฮไม่รู้ว่าที่ยุนโฮพูดนั้น หมายถึงร่างสูงไม่ไว้ใจว่าถ้าหากกลับไปกันแค่สองคน ทงเฮจะไม่พยายามอ้อนวอนฮยอคแจให้ขับรถไปส่งที่หน้าตึกของตระกูลชินอีกครั้ง เพื่อที่จะไปนั่งรออะไรบางอย่างที่ไร้ความหมาย ณ จุดเดิม

 

เพราะความไม่รู้เหล่านั้น คนตัวเล็กจึงกัดปากสีซีดจนแดงช้ำตอนที่ฟังนำเสียงเรียบนิ่งพูดประโยคนี้ออกมา 

 

 

อย่างนั้นสินะ…. คงเพราะกลัวว่าเขาจะมาแย่งคู่หมั้นคนสวยของตนเองให้กลับคืนสู่อ้อมกอดของคิมคิบอมอีกครั้งล่ะมั้ง ชองยุนโฮถึงได้ตามติดทงเฮไม่ปล่อยวางขนาดนี้

 

 

ฮึก! ” มือเรียวสวยยกขึ้นกุมอกเสื้อด้านซ้ายเพราะก้อนเนื้อขนาดเท่าฝ่ามือตรงนั้น มันเกิดปวดหนึบจนเขานึกรังเกียจตัวเองเหลือเกิน

 

 

 

ผมอิจฉาคุณครับ  ...คุณหนูเซฮยอน

อิจฉา...แบบที่ไม่เคยคิดอิจฉาใครเท่าคุณมาก่อนในชีวิต

อิจฉา...ที่คุณมีแต่คนรุมรัก   .....แต่ผมกลับไม่มีใคร

 

 

 

ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความห่วงใยจากใครเลยสักคน

 

 

 

ไข้กลับหรือเปล่า หน้าซีดเชียว น้ำเสียงอ่อนนุ่ม พร้อมกับมือใหญ่ที่เอือมมาอังที่หน้าผากมนทำให้ทงเฮสะดุ้งออกจากความคิดเรื่อยเปื่อย ร่างบางยิ้มให้ยุนโฮ แทนคำพูดที่ว่าเขาไม่เป็นไร...

 

ถ้ากลับบ้านไป ก็นอนเยอะๆล่ะ

 

ค..ครับ

 

อย่าลืมทานยาตามที่หมอสั่งด้วย ทงเฮพยักหน้ารับคำสั่งของอีกฝ่ายโดยดุษฎี

 

จากนั้นก็ไม่มีใครพูดอะไรต่อ

ภายในรถคันงามกลับเข้าสู่สภาวะไร้เสียงอีกครั้งเหมือนตอนที่เพิ่งเริ่มแล่นออกจากโรงพยาบาล

 

ถึงแม้ฮยอคแจที่ทำหน้าที่ขับรถอยู่จะพยายามชวนคุยบ้างเป็นระยะและทงเฮก็คอยครางอืมอืมในลำคอตอบกลับไปมาเป็นช่วงๆ แต่เมื่อฮยอคแจเหลือบมองคนทั้งสองผ่านกระจกหลัง สัญญาณที่ส่งผ่านจากนัยน์ตาคมของผู้เป็นนาย ก็สะท้อนให้เขารู้ว่า

 

 

.....ปล่อยให้ทงเฮหลับเถอะ…..

 

 

นัยต์ตาเรียวรีเลื่อนไปมองอีกคนที่แทบจะนอนจมลงไปกับเบาะนุ่มของรถยนต์คันหรู

ฮยอคแจปิดปากเงียบทันที ไม่ได้ส่งเสียงคุยหรือซักถามอะไรอีกต่อไป ในขณะที่คนป่วยค่อยๆปรือตาหลับลงอย่างอ่อนเพลีย...ในที่สุด

 

อืม... เสียงครางเกิดขึ้นพร้อมกับการขยับตัวพลิกของร่างที่รุ่มร้อนเพราะพิษไข้

 

ทงเฮไม่รู้หรอกว่าตัวเองหลับไปตอนไหนหรือเมื่อไหร่ แต่ความรู้สึกอบอุ่นท่ามกลางความหนาวเย็นที่สัมผัสก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ร่างบางเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างเป็นสุขกว่าเคย

 

 

 

อีทงเฮไม่มีทางรู้หรอกว่า......ชองยุนโฮกำลังเสียสละไหล่กว้างให้เขาพักพิง!

 

 

 

 

*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*

 

 

 

 

คุณชายครับ เอายังไงต่อดีครับ

 

ฮยอคแจเอ่ยถามเสียงแผ่ว เพราะในที่สุดพวกเขาก็ขับมาจนถึงจุดหมายเป็นที่เรียบร้อย หากแต่ร่างบางยังคงนอนหลับตาพริ้มเพราะพิษไข้อยู่บนไหล่ของยุนโฮ และฮยอคแจก็ไม่ใจร้ายพอที่จะปลุกคนป่วยให้ฝืนยืนฝืนเดินหรอกนะ

 

อุ้มไปดีมั้ย? ”

 

หา...? ” ฮยอคแจอ้าปากค้าง แทบจะไม่เชื่อหู

 

คนเย็นชาอย่างชองยุนโฮน่ะเหรอ จะอุ้มคน...??  นี่เขาคงหูฝาดไปสินะ

 

จะ...จะดีหรือครับ ที่ถามไม่ใช่เพราะทงเฮไม่คู่ควรถูกอุ้ม แต่มันเป็นอารมณ์อึ้งปนทึ่งซะมากกว่าที่เจ้านายของฮยอคแจคิดจะอุ้มคนแปลกหน้าอย่างทงเฮ

 

หรือนายจะปลุกให้เขาเดินไปเอง ฮยอคแจสั่นหัวปฏิเสธ

 

แต่เราไม่รู้เลขห้องของทงเฮน่ะสิครับ กุญแจก็ไม่มี... เลขาร่างผอมเอ่ยท้วงตามเหตุและผลที่คิดได้ ฮยอคแจเงยหน้าขึ้นมองคอนโดสูงตระหง่านตรงหน้า แทบไม่ต้องเดาให้เสียเวลาว่าทงเฮจะพักอยู่ชั้นไหน เพราะมันมีมากกว่าสามสิบชั้นได้ล่ะมั้ง

 

งั้นก็ลองโทรติดต่อเจ้านายเขาดูสิ

 

เอ๋..? ” ฮยอคแจเอียงคอมองหน้าเจ้านายด้วยความสงสัย ท...โทรถามใครนะครับ?

 

คิมคิบอมไงล่ะ ยุนโฮเฉลยด้วยสีหน้าที่ไม่บ่งบอกอารมณ์

 

ล..แล้วเขาจะรู้หรือครับ เพราะคิบอมไม่ใช่เลขาของทงเฮแต่เป็นเจ้านายโดยตรง แล้วชายหนุ่มจะรู้ที่อยู่หรือแม้แต่เบอร์ห้องคอนโดของเลขางั้นหรือ?

 

รู้สิ ก็เขาพักอยู่ที่เดียวกัน ฮยอคแจอ้าปากค้างทิ้งไว้ไม่เกินสิบวิ

 

เกือบจะโพล่งถามออกไปแล้วเชียวว่ายุนโฮรู้ได้อย่างไร แต่ในวินาทีที่สิบเอ็ดฮยอคแจก็ปิดปากลงดังเดิมเพราะนั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาควรเอ่ยถามผู้เป็นนาย

 

...คงรู้จากยัยคุณหนูมหาถัยนั่นล่ะมั้ง ก็ยัยนั่นเคยเป็นอดีตคู่หมั้นของคิมคิบอมนี่นะ สงสัยว่าตอนที่มาหาคู่หมั้นรูปหล่อ ก็คงจะเจอกับทงเฮอยู่บ่อยครั้งนั่นแหละ

 

ฮยอคแจพยักหน้าหงึกหงักให้กับข้อสันนิษฐานที่น่าจะเป็นจริงนี้ของตัวเอง แล้วเอ่ยถามผู้เป็นนายต่อ...

 

แต่ว่าจะดีหรือครับ ที่พวกเราจะโทรไปหาคิมคิบอม

 

ถ้าหมอนั่นไม่ใช่พวกเจ้าคิดเจ้าแค้น และมีจิตใจเมตตาพอที่จะช่วยเหลือคนในปกครองอยู่บ้าง ฉันว่าโทรถามจากหมอนั่น คงจะเป็นทางที่เร็วที่สุดที่จะพาทงเฮขึ้นไปนอนพักนะ ฮยอคแจพยักหน้าถี่ๆ แล้วไม่คิดจะค้านอะไรอีกเลย

 

การหาเบอร์มือถือของรองประธานคิมไม่ใช่เรื่องยากอะไรสำหรับผู้คนที่อยู่ในแวดวงธุรกิจเช่นพวกเขา แต่สิ่งที่ฮยอคแจว่ามันยากจนสุดใจนั้น คงจะหนีไม่พ้นการสนทนาพาทีกับคิบอมเสียมากกว่า

 

มันเป็นสิ่งสุดท้ายที่ฮยอคแจคิดอยากจะทำในตอนนี้เลย ให้ตายสิ!!

 

ยอโบเซโย เสียงห้าวทุ้มดังขึ้นหลังจากแนบหูรอเสียงสัญญาณได้ไม่นาน

 

อา~ สวัสดีครับ นั่นคุณคิมคิบอมหรือเปล่าครับ? ไม่ใช่ว่าฮยอคแจไม่มั่นใจว่าตนโทรหาคนถูกหรือเปล่า แต่เป็นเพราะไม่รู้จะเริ่มต้นคุยยังไงต่างหาก เขาจึงโพล่งประโยคคำถามแสนงี่เง่าออกไปแบบนั้น

 

ครับ มีธุระอะไรครับ น้ำเสียงยังคงฟังดูสุภาพอยู่ ฮยอคแจคิดว่ามันมีสาเหตุมาจากว่าคิบอมยังไม่รู้ว่าเขาเป็นใครน่ะสิ -*-

 

อา~ ผมชื่ออีฮยอคแจนะครับ เป็นเลขาของคุณชายยุนโฮ แค่แนะนำตัวก็เสียววาบว่าอาจจะโดนฝ่ายตรงข้ามโต้กลับด้วยวาจาเผ็ดร้อน คนขี้กลัวอย่างฮยอคแจจึงแอบเหลือบไปมองเจ้านายเพื่อขอกำลังใจก่อนถูกด่ายับในอีกไม่กี่วินาทีต่อมา

 

ชองยุนโฮหรือ?

 

ค...ครับ

 

มีอะไร ไม่ต้องเห็นหน้าผู้พูด ฮยอคแจก็เดาได้ว่าคิมคิบอมกำลังมีปฏิกิริยายังไง ….คงกำลังนั่งข่มอารมณ์โกรธแค้นที่พลุ่งพล่านในใจอยู่กระมัง แค่ฟังจากน้ำเสียงและคำพูดที่เปลี่ยนไปกะทันหันก็รู้ได้โดยไม่ต้องอาศัยตาทิพย์

 

คือว่าอีทงเฮ เลขาของคุณน่ะครับ ฮยอคแจเว้นช่วงไตร่ตรองว่าเขาควรจะเล่าเรื่องที่ทงเฮป่วยหนักให้คิบอมฟังหรือไม่ แต่ปลายสายกลับเอ่ยตัดรอนอย่างไม่ใยดี

 

ถ้าจะพูดเรื่องคนๆนั้นล่ะก็ ...คิดว่านายน่าจะประหยัดน้ำลายเอาไว้เลียแข้งเลียขาประจบสอพลอเจ้านายของนายดีกว่านะ

 

คุณ!!!!

 

ฮยอคแจเดือดจนแทบเต้น ร่างโปร่งตะโกนใส่โทรศัพท์จนลืมไปว่ายังมีคนป่วยนอนไม่ได้สติอยู่ในรถ

 

อะไรกัน พวกเลขามันก็มีแต่อย่างนี้ไม่ใช่หรือ โดยเฉพาะเลขาของไอ้คนที่ชอบแย่งของชาวบ้านด้วยน่ะ เจ้านายมันเป็นซะอย่างนั้น แล้วลูกน้องมันจะเหลือเร้อ~ คำพูดหยามหยันตามมาด้วยเสียงหัวเราะรื่นรมย์ที่ได้เหยียบหัวชาวบ้านให้จมดิน ทำให้ฮยอคแจยิ่งเกลียดคนที่ชื่อ คิมคิบอม จนเข้าไส้

 

ฮยอคแจหลับตา สะกดกลั้นอารมณ์ที่อยากจะด่าคนจนมือที่กำโทรศัพท์เกร็งแน่น แต่จนแล้วจนรอดการอดทนนั้นก็ไม่ได้ผลเมื่ออีกฝ่ายยังคงถากถางเขาและเจ้านายอย่างน่ารังเกียจ ริมฝีปากเฉียบบางจึงพูดขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แสนสุภาพแต่เย็นชาเหลือเกิน

 

คนที่ดีแต่เห่าแล้วก็เอาแต่ดูถูกคนอื่นอย่างคุณน่ะ ผมคิดว่าคนประเภทนั้นคงจะลืมชะโงกดูเงาของตัวเองนะครับ ว่าคุณมันอัปลักษณ์แค่ไหน ทำไมของรักของตัวเองถึงได้ตีจากมาอย่างนี้

 

แก!!!!!!!

 

สวัสดีครับ

 

ไม่ต้องรอให้ถูกด่าซ้ำสอง ฮยอคแจใช้วาจาเชือดเฉือนโต้กลับแล้วกดปุ่มสีแดงบนมือถือทันที เขาถอนหายใจดังเฮือก เพราะไม่คิดว่าการคุยกันผ่านทางโทรศัพท์กับคิมคิบอมจะทำให้เขาเหนื่อยใจได้ถึงเพียงนี้

 

ว่ายังไง ยุนโฮที่นั่งอยู่ทางด้านหลังถามเสียงเรียบ

 

อันที่จริงที่ต้องให้ฮยอคแจรายงาน เขาก็พอรู้อยู่ว่าเลขาของเขาเจออะไรมา แต่ที่ถามไปอย่างนั้น ก็เพื่อให้ฮยอคแจได้ระบายความอัดอั้นที่จวนเจียนระเบิดอยู่ในอกซะบ้าง

 

ก่อนที่มันจะแปรเปลี่ยนเป็นการเหม็นขี้หน้าคิบอมไปตลอดชีวิต!

 

หมอนั่นนิสัยแย่อย่างไร้ที่ติเลยครับคุณชาย ไม่รู้ว่าทงเฮทนคนแบบนั้นมาได้ยังไงเป็นปีๆ เป็นผมนะลาออกไปตั้งแต่ที่เปิดปากพูดแล้ว!! บ่นว่ายืดยาวจนเกรงว่ายุนโฮจะรำคาญ ฮยอคแจจึงยอมหยุดแล้วจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่นั่งอยู่ทางด้านหลังหงอยๆ

 

เลยไม่ได้ถามเบอร์ห้องของทงเฮมางั้นสิ

 

ข...ขอโทษนะครับ!! ร่างโปร่งละล่ำละลักกล่าวขอโทษอย่างรู้สึกผิด ก็ใครใช้ให้เจ้านายของทงเฮเป็นคนแบบนั้นกันเล่า  เขาก็สติขาดผึงจนลืมจุดประสงค์ในการโทรหาไปหมดน่ะสิ

 

ไม่ใช่ความผิดของนายหรอก ฮยอคแจ ยุนโฮเอ่ยปลอบลูกน้อง

 

ฉันว่าเราลองไปถามรปภ.ของคอนโดดูดีมั้ย เผื่อเขาจะจำหน้าทงเฮได้ ร่างสูงเสนอไอเดียที่ฟังดูไม่เลวเลยทีเดียวสำหรับสถานการณ์แบบนี้

 

นั่นสินะครับ ฮยอคแจพยักหน้าเห็นด้วย

 

เหอะ! ไม่เห็นต้องโทรไปง้อไอ้หมอนั่นให้เสียเวลาเลยนี่นา

 

คิดได้ดังนั้น ก็เร่งรีบลงจากรถด้านประตูคนขับแล้วออกมาเปิดประตูด้านคนที่อยู่ข้างหลัง เพื่อช่วยยุนโฮพยุงคนป่วยออกมา

 

สงสัยจะหลับเพราะฤทธิ์ยาที่คุณหมอฉีดให้ก่อนออกมานะครับ ฮยอคแจพูดขึ้น เนื่องจากแลเห็นว่าทงเฮหลับลึกจนไม่รู้สึกตัวเลยว่าร่างของตัวเองกำลังถูกยกจนตัวลอย ด้วยแรงของชายหนุ่มทั้งสองคน

 

คงจะอย่างนั้น

 

ว่าแต่น่าสงสัยจังเลยนะครับ เรื่องที่ทงเฮไปนั่งตากฝนอยู่หน้าตึกสำนักงานของคุณหนูเซฮยอน

 

จู่ๆก็อดสงสัยขึ้นมาไม่ได้ เพราะอะไรกันที่ทำให้ทงเฮต้องไปนั่งตากฝนอยู่แบบนั้น ฮยอคแจหยุดความสงสัยให้อยู่แค่ในใจไม่ไหว เขาจึงเอ่ยปากถามขึ้นมาทั้งที่รู้ว่าไม่ควร

 

ผมว่ามันอาจจะเกี่ยวกับคิมคิบอมก็ได้นะครับ

 

“ ……. ”

 

ยุนโฮไม่ได้ไขข้อสงสัยของฮยอคแจด้วยคำพูดอื่นใดนอกจากอาการนิ่งเงียบอย่างใช้ความคิดเท่านั้น

 

ผมว่า เราน่าจะลองถาม.....

 

ถ้าถามแล้วจะได้อะไรขึ้นมา บอกฉันหน่อยสิ ฮยอคแจ.. ผู้เป็นนายขัดขึ้นด้วยคำถามที่ฮยอคแจไม่มีวันตอบมันได้

 

อะ.....เอ่อ ....

 

พวกเราน่ะไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะยื่นมือเข้าไปยุ่งได้หรอกนะ ไม่ว่าการกระทำของทงเฮจะเกิดขึ้นจากความสมัครใจถูกไหว้วานหรือถูกบังคับขู่เข็นมาก็ตามแต่ผลสุดท้ายเขาก็เลือกที่จะทำมันอยู่ดีไม่ใช่หรือ?

 

หมดสิ้นหนทางที่จะหาเหตุผลมาคะคานสิ่งที่ยุนโฮพูด เพราะมันถูกต้องทุกประการ

 

 

พวกเขาไม่มีสิทธิ์จะไปก้าวก่ายเรื่องของทงเฮ

 

ไม่มีสิทธิ์อะไรทั้งนั้น...

 

 

 

*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*

 

 

 

หลังจากที่โดนคนที่เพิ่งรู้จักกันผ่านทางโทรศัพท์ตอกหน้าอย่างเจ็บแสบ คิบอมก็หมดอารมณ์ที่จะสะสางงานที่กองสุมอยู่บนโต๊ะโดยปริยาย

 

ชายหนุ่มอารมณ์ร้อนแทบจะเขวี้ยงมือถือไปกระทบพนังห้องด้วยความโกรธ แต่ยังดีที่ได้ยินเสียงมันดังขึ้นมาอีกรอบเสียก่อน คิบอมจึงไม่ได้ปาเครื่องมือสื่อสารทิ้งอย่างใจหวัง

 

มีอะไร! สาดเสียงฉุนเฉียวใส่โดยไม่ต้องมีมารยาทเพราะเบอร์ที่ขึ้นอยู่หน้าจอคือเบอร์ของเพื่อนสนิทที่โทรมาชวนไปสังสรรค์ด้วยสุราเมรัยยามค่ำคืน

 

กูไม่ไป! แค่นี้นะ!! ไม่ต้องรอฟังเสียงเพื่อนทักท้วงหรือคะยั้นคะยอให้ไปอีกครั้ง นิ้วเรียวก็กดตัดสายทิ้งแล้วโยนมือถือไปบนโต๊ะทำงานอย่างไม่แยแสสักนิดว่ามันจะพังหรือไม่

 

คิบอมเหล่มองกองเอกสารตรงหน้าแล้วอยากจะกวาดมันทิ้งลงถังขยะข้างโต๊ะไปให้หมด นึกแค้นเคืองไปถึงร่างบางที่หายไปตั้งแต่เช้า และก่อเรื่องให้เขาต้องปวดหัวจนไม่เป็นอันทำการทำงานจนถึงบัดนี้

 

ร่างสูงพยายามตั้งสติไม่ให้ความโกรธเข้าครอบงำจนเสียการงานตั้งแต่ตอนที่เซฮยอนโทรมาต่อว่าเขาเรื่องที่ทงเฮไปก่อความวุ่นวายให้ที่สำนักงาน  ละเมื่อโดนเลขาของชองยุนโฮโทรมาวุ่นวายอีก ที่คิดว่าจะตั้งใจทำงานแล้วค่อยกลับไปเอาเรื่องอีทงเฮทีหลัง ก็มีอันตรงพับเก็บกลับลงกระเป๋าไปอย่างรวดเร็ว เพราะตอนนี้ในหัวของคิมคิบอมมีแต่ความโกรธแค้นที่มีต่อเลขาหน้าสวยเท่านั้น

 

ความแค้นที่เขาเอาไปลงกับอีทงเฮแต่เพียงผู้เดียว!!!

 

ไม่รอช้า ร่างสูงกล่าวอำลากับห้องทำงานอันน่าหดหู่ของตัวเอง ไม่สนใจเลขาหน้าห้องชั่วคราวที่ทำท่าจะท้วงขึ้นทันทีที่เห็นเขาก้าวขาออกจากห้องทั้งๆที่ยังไม่ถึงเวลาเลิกงาน คิบอมเพียงแค่ปรายตามองหล่อนดุๆ พนักงานคนนั้นก็กลัวจนหัวหด ไม่กล้าอ้าปากหลุดคำพูดใดๆออกมาอีกเลย

 

รถยนต์ราคาหลายล้านแล่นออกจากบริษัทด้วยความเร็วแสงตามอารมณ์ร้อนๆของคนขับ คิบอมอยากจะเหยียบคันเร่งจนแทบมิดเท้า ถ้าไม่ติดเรื่องกฎจราจรของถนนเมืองหลวง ชายหนุ่มก็คงจะพารถคันหรูไปถึงคอนโดของตัวเองได้ภายในเวลาไม่ถึงสิบห้านาทีเป็นแน่

 

ระหว่างที่รอสัญญาณไฟให้เปลี่ยนจากแดงเป็นเขียว ความน่าเบื่อจากการจราจรที่ติดขัดในช่วงเย็น ทำให้คิบอมเหม่อมองไปนอกหน้าต่างเพื่อจะลดความรุนแรงของอารมณ์ได้บ้าง

 

ร่างสูงก็ได้ปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปตามทัศนียภาพที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า และทั้งหมดทั้งมวลในความคิดของเขาก็มีแต่เรื่องของคนๆเดียวเท่านั้นที่วนเวียน ไม่เคยห่างหาย ไม่ว่าจะหลับตาลงหรือลืมตาตื่นขึ้นมาก็ตาม ใบหน้าขาวสะอาดนั่นจะตามติดทุกครั้งที่ใจเขาเหม่อลอย

 

และครั้งนี้ก็เช่นกัน....

 

ครับ.........ผมจะทำให้คุณหนูเซฮยอนกลับมารักคุณชาย

 

คำพูดนั้นยังคงติดอยู่เช่นเดียวกันกับใบหน้าของคนที่เอ่ยประโยคนั้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือทว่าเด็ดเดี่ยว และการกระทำของทงเฮในวันนี้ก็เป็นเครื่องช่วยยืนยันคำพูดนั้นได้เป็นอย่างดี  แต่ในเมื่อผลลัพธ์มันกลับไม่เป็นอย่างที่เขาเคยวาดหวังเอาไว้ แล้วมันจะผิดหรือไรที่เขาคิดจะโยนความผิดทั้งหมดไปให้คนๆนั้นแบกรับแต่เพียงผู้เดียว

 

นายมันไร้ค่า คำบริภาษหลุดออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบ

 

คิบอมคิดว่าถ้าไปถึงคอนโดเมื่อไหร่ เขาจะต้องไล่อีทงเฮออกไปให้พ้นๆหน้าให้เร็วที่สุด ก่อนที่จะทำความวุ่นวายมากไปกว่านี้

 

ร่างสูงตัดสินใจเหยียบคันเร่งเมื่อสัญญาณไฟเปลี่ยนสีในที่สุด ความเร็วดั่งพายุกำลังพัดพาอารมณ์ที่แปรปรวนไปยังสถานที่ที่มันจะก่อตัวขึ้น

 

 

 

.....และทำลายทุกอย่างจนไม่เหลือชิ้นดี

 

 

 

*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*





รู้สึกว่าเปลือกตาหนักอึ้งจนไม่สามารถลืมตื่นได้ ร่างกายร้อนผ่าวเพราะพิษไข้ แม้จะทุเลาลงบ้างแล้วแต่เป็นเพราะความดื้อรั้น ไม่ยอมรักษาตัวต่อในโรงพยาบาลตามความหวังดีของยุนโฮ ทำให้ทงเฮรู้สึกเหมือนว่าไข้กำลังตีกลับยังไงยังงั้น


เขาได้ยินเสียงคนพูดกันในขณะที่ตัวเองกำลังกึ่งหลับกึ่งตื่น จากนั้นมือของใครบางคนก็เข้ามาช้อนตัวเขาให้ลอยละลิ่วเหมือนปุยนุ่น ทงเฮหมดแรงที่จะต่อต้านหรือแม้กระทั่งเอ่ยถามใดๆ เจ้าของเรือนร่างได้แต่ปล่อยให้ถูกอุ้มเดินอยู่อย่างนั้น ไม่สามารถทักท้วงอะไรได้เลยสักนิด


มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่แผ่นหลังถูกวางลงยังเบาะนุ่มที่คุ้นเคย แต่กระนั้นก็ฝืนลืมตาไม่ขึ้นอยู่ดี


“ เอายังไงต่อดีล่ะครับ คุณชาย จะรอจนทงเฮฟื้นมั้ยครับ ”


“ ก็คงต้องเป็นอย่างนั้น ”


“ ว่าแต่เมื่อกี้ก็เกือบไปเหมือนกันนะครับ ...คอนโดนี้ระบบความปลอดภัยเข้มงวดจริงๆ นี่ถ้าไม่เห็นว่าทงเฮกำลังป่วยขนาดนี้ ต่อให้อ้างว่าเป็นพ่อแม่พี่น้องของเจ้าของห้อง พวกเราก็คงขึ้นมาไม่ได้สินะครับ ”


“ อืม ” เสียงทุ้มรับคำสั้นๆ ก่อนที่ความเย็นเยียบจะแตะลงบนหน้าผากมนและแก้มนิ่มของทงเฮ


“ ฮยอคแจ ”


“ ครับ ”


“ ดูเหมือนยังมีไข้อยู่หน่อยๆ ไปเตรียมผ้าชุบน้ำมาให้ทีสิ ”


“ อ่า...ครับ ” ร่างโปร่งรับคำแล้วรีบเดินจากไปทางที่เป็นครัวเพื่อควานหาผ้าขนหนูสะอาดๆสักผืนและกะละมังที่ใช้รองน้ำ


จากนั้นความชื้นของผ้าก็มาพร้อมกับสัมผัสอ่อนโยนที่ไล่ไปตามดวงหน้าหวาน จัด เรื่อยมาจนถึงซอกคอที่ร้อนผ่าว และตามแขนขาวที่อ่อนแรงแม้แต่จะขยับเขยื้อนเอง


“ อือ.... ”


ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความเกรงใจ หรือรู้สึกขอบคุณกันแน่ที่ทำให้ทงเฮพยายามจะเรียกสติกลับคืนมา ก่อนที่เปลือกตาบางจะค่อยๆปรือจนแลเห็นภาพตรงหน้าอย่างเลือนรางจวบจนกระทั่ง ชัดเจน



…ชองยุนโฮ คือคนที่กำลังช่วยเช็ดตัวให้เขา!



“ คะ...คุณ ”


“ ตื่นแล้วหรือ ” ยุนโฮเอ่ยถามเมื่อเห็นทงเฮขยับปากเหมือนต้องการจะพูดอะไรบางอย่างแล้วก็เงียบไป


" อย่าเพิ่งขยับเร็วนักสิ " ตักเตือนเหมือนทงเฮเป็นเด็กเล็กๆ


“ ค...ครับ ”


“ ทงเฮอา~ ” ฮยอคแจเรียกชื่อเพื่อนตัวบางด้วยความยินดี แต่ก็ยังอดตำหนิเล็กๆไม่ได้ “ เพราะไม่ยอมนอนที่โรงพยาบาลต่อ ดูสิ....ไข้ยังไม่หายดีแท้ๆ ”


“ ฉัน... ” พอจะเอ่ยแก้ตัวก็ถูกอีกฝ่ายตัดบทไปเสียก่อน


“ พอล่ะๆ อย่าเพิ่งพูดเลย ฉันว่านายนอนพักดีกว่านะ ” ฮยอคแจเดินเข้ามาใกล้พลางแตะไหล่บอบบางที่กำลังจะพยุงตัวเองให้อยู่ในท่า นั่งมากกว่าที่จะนอนเหยียดยาวอยู่เช่นนี้ให้เอนกลับลงไปเช่นเดิม


ถ้าทงเฮยังฝืนตัวอยู่เช่นนี้ ไข้ก็คงจะไม่ลดเสียที....ฮยอคแจคิดแล้วปั้นสีหน้าเหมือนผู้ปกครองดุบุตรหลาน เมื่อเด็กน้อยทำตัวดื้อรั้น แต่คงไม่ได้ผลเท่าใดนัก เพราะอีทงเฮกลับส่งยิ้มซื่อมาให้


“ ฉันค่อยยังช่วยแล้ว ”


“ อย่าโกหกน่า ตัวยังร้อนอยู่เลย ..จริงมั้ยครับ คุณชาย ” หันไปขอคำยืนยันจากคนข้างๆ และยุนโฮก็พยักหน้าช้าๆ


“ ก็แค่ตัวร้อนนิดหน่อยเอง ไม่ได้ปวดหัวสักหน่อย เดี๋ยวไข้ก็ลดแล้วล่ะ ” ทงเฮโกหก แต่เพื่อให้คนอื่นสบายใจ เขาก็อยากจะทำ


“ อ่า~ นายอย่ามาหลอกฉันซะให้ยากเลย สายตาฉันน่ะดูปราดเดียวก็รู้หมดแล้วว่าใครพูดจริงใครโกหก ”


“ แต่ฉันไม่ได้โกหกจริงๆนะ ” ทงเฮยู่ปาก ถึงแม้จะยังไม่หายดีนักแต่การได้พูดคุยกับฮยอคแจก็ช่วยทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้น มากจนแทบจะลืมความเจ็บปวกทางกายไปจนหมด


“ มะ... ”


“ เอาล่ะๆ ” ยุนโฮเป็นคนที่ยุติสงครามน้ำลายระหว่างสองเลขาเสียเอง พอเห็นผู้เป็นนายปรายตามองอย่างห้ามปรามฮยอคแจก็เก็บปากเก็บเสียงไปโดย ปริยาย


“ ถ้าไม่เป็นไรมากก็ดีแล้ว ” คราวนี้เขาหันมาพูดกับคนที่นอนอยู่


“ ครับ ” ทงเฮผงกหัวน้อยๆ รู้สึกขอบคุณยุนโฮจากใจจริง “ ถ้าพวกคุณยุนโฮ มีธุระ....ผมเกรงว่า ”


“ เราไม่มีธุระบ่ายนี้ ” ฮยอคแจยิ้มจนเห็นเหงือกสีแดงสดเมื่อได้ยินคำพูดของผู้เป็นนาย


เพราะคุณชายเลื่อนประชุมตอนบ่ายไปเป็นพรุ่งนี้ แล้วยกเลิกนัดกับยัยปีศาจเซฮยอน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่สุดสำหรับฮยอคแจเลยก็ว่าได้


“ แต่ถ้าหากเธอไม่อยากให้พวกเราอยู่....... ”


“ มะ...ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ ” ปากอิ่มบอกปฏิเสธเสียงอ่อน “ คือผมเกรงว่า........ ”


“ กลัวเจ้านายจะมาเห็นฉันเข้างั้นหรือ? ” คำถามของยุนโฮตอบสิ่งที่ทงเฮคิดจะพูดจนหมด ร่างบางเม้มปากจนเป็นเส้นขาวก่อนยอมพยักหน้าอย่างเชื่องช้า แม้จะไม่อยากพูดความจริงแต่ก็คงดีกว่าการโกหกและยกเหตุผลอื่นมากล่าวอ้าง


“ นั่นสินะ ” ยุนโฮพูดเหมือนรำพึง “ ถ้าอย่างนั้นเธอคงลำบากใจน่าดู ที่ศัตรูของเจ้านายกลายเป็นผู้มีพระคุณของตัวเอง ”


“ เรื่องนั้นมัน..... ”


“ ฉันเข้าใจ แล้วก็ไม่ได้โทษเธอสักนิด ”


“ ผมแค่คิดว่าพวกคุณเจอกันคงจะ...ลำบากใจ ” ทงเฮไม่กล้าคิดเลยว่าถ้าหากคิบอมมาเจอยุนโฮเข้า เรื่องมันจะเป็นอย่างไรต่อไป



เขาคงจะถูกเกลียดมากขึ้น....
อาจจะเห็นสีหน้าที่ส่อความโมโหและแค้นเคืองที่ปิดไม่มิด
อาจจะได้ยินคำพูดเชือดเฉือนจากริมฝีปากของคนที่เขาหลงรัก
อาจจะเจอกับการกระทำที่ไร้ความสงสารและปราศจากความปราณีเหมือนที่แล้วๆมา

แต่ทั้งหมด...ก็แค่ไม่อยากเห็นคิบอม.............เสียใจ




“ ก็คงจะเป็นอย่างนั้น ” คุณชายไหวไหล่เล็กๆ บรรยากาศในห้องเงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่ยุนโฮจะเอ่ยออกมาอีกครั้งเมื่อเขาคิด อะไรบางอย่างได้


“ เอาอย่างนี้แล้วกัน ”
“ เพราะเธอยังไม่ค่อยหายดี งั้นพวกฉันจะอยู่ดูจนกว่าเธอจะดีขึ้น แล้วหลังจากนั้นพวกฉันก็จะไปก่อนที่เจ้านายของเธอจะมา ...ดีมั้ย? ”


ทงเฮหันไปมองนาฬิกาที่บอกว่าอีกสองชั่วโมงจะถึงเวลาเลิกงานของคิบอม และถ้าเขารีบหลับพักผ่อนเสียตั้งแต่ตอนนี้ พวกยุนโฮอาจจะกลับเร็วขึ้นซึ่งนั่นคงเป็นการดีไม่น้อยเลย


“ ก็ได้ครับ ”


สิ้นคำตอบรับ ฮยอคแจก็ได้เห็นอะไรบางอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนตั้งแต่เข้ามาทำหน้าที่เลขาให้คุณชาย




รอยยิ้มอ่อนโยนที่ประดับอยู่บนใบหน้าของชองยุนโฮ
เพื่อทงเฮอย่างนั้นหรือ???






*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*




อาจเป็นเพราะความเร่งรีบหรือการจราจรที่เป็นใจที่ทำให้คิบอมกลับมาถึง คอนโดในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ นับคำนวณแล้วเบ็ดเสร็จก็ประมาณยี่สิบนาที เกินกว่าที่คาดไว้ห้านาที แต่ก็ส่งผลให้คิบอมเกิดความหงุดหงิดขึ้นมาเกินควร


เพราะความร้อนใจอยากรีบๆไล่อีทงเฮให้ไปพ้นๆหน้าน่ะเหรอ?
เหตุผลมันมากมายกว่านั้น จนเจ้าตัวก็ไม่สามารถควานหาความรู้สึกที่แท้จริงในใจได้ว่าเพราะอะไร
มีเพียงความโกรธและรุ่นร้อนเกินกว่าจะทานทนเท่านั้นที่คิบอมใช้ตั้งเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เขาอารมณ์เสียเช่นนี้



อ้อ ใช่....แล้วอีกอย่างก็คือเรื่องที่เขาถูกต่อว่าจากคนที่ไม่รู้จักผ่านทางโทรศัพท์โดยไม่ได้เห็นหน้าค่าตา



เรื่องทั้งหมดมันก็เพราะอีทงเฮเป็นต้นเหตุทั้งนั้น...


เพราะอีทงเฮคนเดียว!!!!!!!



ขายาวก้าวเข้ามาในลิฟต์ที่เคลื่อนลงมาจอดรับผู้โดยสารทันทีที่กดปุ่ม นิ้วเรียวกำลังจะกดเลือกชั้นที่เป็นห้องของตัวเองซึ่งอยู่ชั้นบน แต่แล้วกลับเปลี่ยนใจเป็นชั้นที่มีห้องของอดีตเลขาของเขาอยู่แทน



...ก็แค่จะไปดูเผื่อว่ากลับมาแล้ว
จะได้จัดการให้สิ้นเรื่องสิ้นราวเสียที



คิบอมบอกกับตัวเองอย่างนั้น แล้วจึงยืนนิ่งรอให้ลิฟต์ส่งเขาไปยังชั้นที่ต้องการ



~ตึง~



เสียงสัญญาณเปิดปิดดังขึ้นเกือบจะพร้อมๆกัน


คิบอมก้าวออกมาจากข้างในลิฟต์ทางด้านซ้ายในขณะที่ร่างของคนสองคนเดิน เข้าไปในลิฟต์ตัวที่อยู่ข้างกัน โดยที่ร่างสูงไม่ได้สนใจจะมองหน้าใครคนอื่นนอกจากประตูห้องของเป้าหมายเท่า นั้น



....เขาไม่ได้รู้เลยว่าเพิ่งคลาดกับศัตรูเพียงแค่ชั่วเสี้ยววินาที!



ชายหนุ่มเดินจนมาหยุดอยู่ตรงหน้าห้อง 1703 ในมือคือคีย์การ์ดขาวสะอาด ซึ่งได้มาจากแม่บ้านที่รู้จักเขาและทงเฮเป็นอย่างดีว่ามีฐานะอะไรต่อกัน




~แอ๊ด~




ประตูห้องถูกเปิดอย่างง่ายดายแค่ใช้แรงผลักเบาๆ คิบอมกวาดตามองไปทั่วห้องแต่ก็ไร้วี่แววของร่างบางที่เป็นเจ้าของ หากไม่เพราะเห็นรองเท้าที่ถอดวางไว้ด้านข้างคิบอมอาจจะคิดว่าทงเฮยังไม่กลับ ก็เป็นได้


คิบอมตัดสินใจเดินตัดห้องรับแขกที่เป็นห้องครัวในตัว เข้าไปสู่ด้านในที่จัดสรรพื้นที่ไว้สำหรับเป็นห้องนอนโดยมีบานประตูไม้สี อ่อนขวางกั้นเพื่อให้เป็นสัดส่วน มือใหญ่จับเข้าที่ลูกบิดและพบว่ามันไม่ได้ล็อค เขาจึงหมุนไปทางด้านขวา เปิดประตูเข้าไปอย่างถือวิสาสะ จวบจนกระทั่งก้าวเข้าไปในห้องจนเต็มตัว ความมืดก็ทำให้ร่างสูงต้องขมวดคิ้ว...



นอนอยู่อย่างนั้นหรือ??



เมื่อไม่แน่ใจ เขาจึงเดินไปเปิดสวิตช์ไฟที่ติดกับผนัง แสงสีเหลืองนวลสว่างขึ้นเกือบจะทันที และในที่สุดคิบอมก็ได้พบคนที่เขาต้องการจะไล่ส่งนอนขดตัวอยู่ภายใต้ผ้าห่ม ผืนหนาบนเตียงนอนสีขาวสะอาด


รอยยิ้มเหยียดหยันบังเกิดขึ้นบนใบหน้าคมคาย ดวงตาวาววับจับจ้องไปยังบุคคลที่ยังหลับใหลไม่รู้เรื่องรู้ราว ก่อนที่ขายาวจะสาวไปจนประชิดกับขอบเตียง


“ อืม.... ” น้ำหนักของคิบอมที่ทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ ทำให้คนป่วยครางออกมาพลางขมวดคิ้วเนื่องจากมีอะไรบางอย่างมารบกวนห้วงนิทรา อันแสนสุข


“ จะนอนไปถึงเมื่อไหร่กัน ” เขาพูดแม้อีกฝ่ายจะไม่ได้ยินก็ตาม


“ หรือว่าหลบหน้าฉัน เพราะกลัวถูกเล่นงาน หืม??? ” คิบอมก้มหน้าลงกดเสียงให้ต่ำลงชิดใบหูนิ่ม แกล้งเป่าลมหายใจร้อนลงไปเพียงนิด อีทงเฮก็ขยับกายคล้ายนึกรำคาญ


“ ไม่ได้ผลหรอก!!! ” ร่างสูงกางแขนคร่อมตัวทงเฮไว้ไม่ให้ขยับหนี


วงหน้าหวานเริ่มมีเหงื่อซึมออกมาประปราย ไรผมชื้นเรื่อยไปจากถึงซอกคอ ดวงตาปิดสนิทแต่แลดูทรมานไม่น้อยที่ตัวเองถูกกักกั้นไว้ด้วยวงแขนแกร่ง ริมฝีปากและแก้มนวลแดงระเรื่อเนื่องด้วยพิษไข้ที่รุมเร้า


แต่คิบอมกลับไม่ได้เฉลียวใจถึงความรุ่มร้อนของเนื้อตัวนิ่มมือเลยสักนิด


“ ตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้!!! ” กระชากทีเดียว ร่างบางก็แทบจะลอยติดมือมาอย่างง่ายดาย


เปลือกตาหรี่ปรือพยายามเพ่งมองอย่างยากลำบาก จนเมื่อสติกลับมาเกือบครบถ้วน ใบหน้าที่ซีดเซียวอยู่แล้วก็กลับไร้สีเลือดลงไปอีกทันทีที่เห็นอย่างแจ่มชัด ว่าคนตรงหน้าคือใคร


“ คะ...คุณ...ชาย ”


“ ตกใจหรือไงที่เป็นฉัน … ไม่ใช่ชองยุนโฮ ” ไหล่ทั้งสองถูกบีบรัดจนเจ็บ ทงเฮไม่เข้าใจว่าคิบอมกำลังพูดเรื่องอะไร แต่แค่ต้องการจะหลุดพ้นจากความทรมานทั้งหมดนี้


“ ผม..... ” กลีบปากละล่ำละลัก นึกจะพูดอะไรบางอย่างออกมาทั้งๆที่สมองยังไม่ทันได้เรียงเรื่องราวให้เรียบร้อยดีเสียก่อน


“ จะโกหกอะไรอีกล่ะ ” คิบอมแค่นยิ้มให้ด้วยความสมเพช ถึงทงเฮจนส่ายหน้าจนแพรผมสีอ่อนสะบัดคลอเคลียกับใบหน้าขาว แต่มีหรือที่คิบอมจะสนใจท่าทางที่น่าสงสารเช่นนั้น


“ ฉันรู้เรื่องทุกอย่างหมดแล้ว ... ”


“ คุณชาย...ผมเจ็บ ” น้ำตาคลอรื้น ทั้งเจ็บกายและเจ็บที่ใจ


“ เก่งดีนี่ พอจับฉันไม่ได้ ก็เลยคิดจะอ่อยชองยุนโฮแทนหรือไง? ” ทงเฮกัดปากจนช้ำกับคำพูดที่กัดกร่อนความหวังดีของเขาจนไม่เหลือชิ้นดี




เมื่อคิบอมคิดอย่างนี้....จะมีประโยชน์อะไรที่เขาจะเอ่ยค้าน
ยิ่งพูดไปก็เหมือนกับแก้ตัว
คิบอมไม่เชื่อคนอย่างอีทงเฮหรอก.....ไม่มีทาง





“ แล้วนี่ไปเริงรักกันมาอีท่าไหนล่ะ ถึงกลับมาสภาพดูไม่ได้แบบนี้ ” ทงเฮหลบสายตาที่คาดคั้นและดูแคลนของคิบอม



ไม่ต้องมอง จะไม่ได้ต้องเห็นความเกลียดชังที่คิบอมมีต่อเขา.........มันมากเกินไป



“ หึ ” ชายหนุ่มกระแทกลมหายใจอย่างหงุดหงิดเมื่อเห็นทงเฮไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้อื่นใด นอกจากการทำตัวนิ่งแข็งเหมือนท่อนไม้ที่ไร้ชีวิต



แล้วเขากำลังคาดหวังอะไรอยู่?
อยากให้ทงเฮบอกว่าใช่...หรือต้องการให้ริมฝีปากอิ่มนั้นบอกปฏิเสธสิ่งที่เขาพูดกันแน่



“ แถมเลขาของหมอนั่นยัง ...... ” เขาหยุดเล่าเมื่อนึกได้ว่าไม่ควรจะพูดถึงเรื่องที่ทำให้เจ็บใจเพราะถูกตอกหน้ากลับจนแสบไปถึงทรวง


“ ฮยอคแจ! ” ทงเฮหน้าตื่น ไม่รู้ว่าคิบอมไปรู้จักกับฮยอคแจได้อย่างไร แต่น้ำเสียงเมื่อครู่ก็ฟังเหมือนว่ามันจะไม่ใช่เรื่องดีเลย


“ อ๋อ เข้าใจล่ะ ” เห็นสีหน้าเป็นห่วงเป็นใยออกนอกหน้า คิบอมก็เค้นเสียงพูดอีกครั้ง


“ หมอนั่นคงจะถูกใจนาย เลยคิดจะให้เลขาโทรมาขอตัวนายจากฉันสินะ ”


“ มะ.... "


คำพูดถูกกลืนหายด้วยจูบจาบจ้วงที่กดลงมาโดยไร้ความเห็นใจ
ทงเฮดิ้นรน ร่างกายของเขาตอนนี้ยังไม่พร้อมที่จะถูกการกระทำอันป่าเถื่อนทำร้าย และยิ่งจากคนที่เขารักด้วยแล้ว....ทงเฮยิ่งไม่ต้องการให้มันเกิดขึ้น



รักผมหน่อยไม่ได้หรือครับ.....คุณชาย
อ่อนโยนกับผมสักครึ่งหนึ่งของคุณหนูเซฮยอนก็ได้


อย่าเห็นผมเป็นเพียงเศษขยะที่ต้องการจะทำลายทิ้งเลยนะครับ.....




“ ...... ” คิบอมผละออกจากกลีบเนื้ออิ่มที่ถูกเขาบดขยี้ไปเมื่อครู่ จ้องมองที่ใบหน้าขาวซีดด้วยแววตาที่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่ารู้สึกเกลียดชัง หรือเวทนามากกว่ากัน


“ มันแย่งเซฮยอนไปจากฉันแล้วก็จริง ” เขาพูดพลางแสยะยิ้ม ทันทีที่มือใหญ่สอดเข้าไปภายในเสื้อนอนตัวบาง


ทงเฮกระตุกเกร็ง น้ำตาไหลรินไม่ขาดสาย
........ได้โปรด อย่าทำแบบนี้เลย........
ริมฝีปากเผยออ้าต้องการจะให้อีกฝ่ายได้ยินคำขอร้องนี้ แต่กลับถูกช่วงชิงอิสรภาพในการพูดด้วยเรียวปากของคิบอมอย่างหมดทางต่อสู้


ถึงจะเบือนหน้าหนีกี่ครั้ง ข้อนิ้วแกร่งก็จะตามมาบีบแก้มให้หันกลับไปรับบทลงโทษที่เขาไม่มีวันเข้าใจ ว่า ทำไมถึงต้องรับโทษทัณฑ์หนักหนาสาหัสถึงเพียงนี้


“ แต่สำหรับนาย ” คิบอมพูด ในขณะที่กระดุมเสื้อทั้งหมดถูกริดออกจนเผยให้เห็นถึงแผ่นอกขาวเนียนกระจ่างตา


ตัวทงเฮสั่นเทา ความเปียกลื่นไล่เล็มไปในทิศทางไหนก็ล้วนแต่จะสร้างความปั่นป่วนให้แก่ร่าง บางได้ทั้งสิ้น ...หากแต่ความรัญจวนใจทั้งหมดกลับถูกคำพูดแล้งน้ำใจทำลายมันไปเสียจนหมดสิ้น


“ มันไม่มีทางได้ไปหรอกนะ! ” ฟันขาวขบลงบนเนื้อนวลตรงช่วงหัวไหล่


คิบอมเปลี่ยนใจที่จะไล่เลขาคนสวยออกไป เมื่อคิดได้ว่ายุนโฮอาจต้องการตัวทงเฮไปอยู่ในครอบครอง
และเขาไม่มีวันยอมให้ศัตรูได้สิ่งที่หวังอย่างง่ายดายแน่ๆ!!!



อีทงเฮจะต้องอยู่ใต้อาณัติของเขาต่อไป จนกว่าที่ชองยุนโฮจะยอมเลิกรา...



“ คุณ.....ชาย...ฮึก ”


“ ทำไมล่ะ...นายก็ต้องการอย่างนี้ ไม่ใช่หรือไง??? ”


“ คุณ..ชาย...เคยบอกว่า......เกลียดผม.......แล้วทำไม.... ” เสียงพูดขาดห้วง ก้อนสะอื้นที่ทงเฮพยายามกลั้นเก็บมันไว้วิ่งมาจุกตรงช่วงลำคอที่แห้งผาก


และแทบจะหยุดหายใจเมื่อได้ยินคำตอบจากปากของคิบอม








“ เพราะเกลียดมากไงล่ะ ” เนื้ออ่อนถูกดูดดึงจนเป็นรอยสีกุหลาบบนผิวเนียน








“ เกลียดมาก... จนต้องทำลาย ”








....พูดอย่างนั้นทำไม
อยากให้เขาตายลงไปต่อหน้าขนาดนั้นเลยหรือ?
แค่นี้ยังไม่สาแก่ใจ แล้วอีทงเฮจะทำอะไรได้อีก


นอกจากปล่อยให้ร่างกายและ หัวใจ ของตัวเอง......ถูกทำลาย









TBC.








*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*

 

 

 

 ดิทเพิ่มอะเกน  สำหรับผู้ที่พลาดการซื้อเรื่อง  Black&White  ไป

ตอนนี้เรามีวางขายในร้านมดดำแล้วนะก๊ะ  ><

ใครอยากได้ก็ไปหาซื้อที่นั่นแล้วกันนะงับ  เพราะขี้เกียจรีปริ๊นท์เอง

พอไปถึงก็ให้สอบถามว่ามีฟิคเรื่องนี้มั้ยแล้วกันเน้อ~ 

(เพราะถ้าไปถามว่ามีฟิคเอสเจขายมั้ยเฉยๆ บางทีพี่เค้าอาจจะบอกว่าไม่มีก็ได้นะ...)

ขอบคุณมากงับที่อุดหนุน  ^^

ปล. สำหรับคนที่เคยโทรมา+เมล์มาว่ามีฟิคเหลือมั้ย ก็ไปซื้อได้ที่นี่เลยนะคะ