Love Plus ...5... [100%]
posted on 26 Oct 2008 13:24 by piojos in Fic-Love-Plus
ที่บอกว่าจะให้ฮยอคแจขับรถมาส่ง....
ทงเฮไม่นึกเลยจริงๆว่า ประโยคนั้นจะรวมถึงตัวคนพูดไว้ด้วย!
ระยะทางตั้งแต่ตัวรถเคลื่อนออกจากโรงพยาบาล จวบจนกระทั่งตอนนี้ร่างบางก็ยังนั่งหนีบชิดกับประตูรถเช่นเดิม ..ผิดกับเจ้าของรถที่นั่งด้วยท่วงท่าสบายๆอยู่ที่ฝั่งประตูอีกด้าน
ก่อนหน้านี้ทงเฮไม่เข้าใจเลยว่ายุนโฮจะนั่งมาส่งเขาทำไม? ในเมื่อให้ฮยอคแจมาส่งเขาคนเดียวก็ย่อมได้ แต่แล้วคำตอบของนักธุรกิจหนุ่มก็ทำให้ทงเฮกระจ่างในข้อสงสัยทันที
“ เพราะฉันไม่ไว้ใจนาย ”
แค่ประโยคสั้น แต่ก็มีผลให้เกิดความรู้สึกด้านมืดที่ก่อตัวขึ้นภายในจิตใจ มันดำทะมึนจนทงเฮไม่สามารถมองเห็นความหวังดีจากคำพูดของยุนโฮได้เลยแม้แต่น้อย
ทงเฮไม่รู้ว่าที่ยุนโฮพูดนั้น หมายถึงร่างสูงไม่ไว้ใจว่าถ้าหากกลับไปกันแค่สองคน ทงเฮจะไม่พยายามอ้อนวอนฮยอคแจให้ขับรถไปส่งที่หน้าตึกของตระกูลชินอีกครั้ง เพื่อที่จะไปนั่งรออะไรบางอย่างที่ไร้ความหมาย ณ จุดเดิม
เพราะความไม่รู้เหล่านั้น คนตัวเล็กจึงกัดปากสีซีดจนแดงช้ำตอนที่ฟังนำเสียงเรียบนิ่งพูดประโยคนี้ออกมา
‘อย่างนั้นสินะ…. คงเพราะกลัวว่าเขาจะมาแย่งคู่หมั้นคนสวยของตนเองให้กลับคืนสู่อ้อมกอดของคิมคิบอมอีกครั้งล่ะมั้ง ชองยุนโฮถึงได้ตามติดทงเฮไม่ปล่อยวางขนาดนี้’
“ ฮึก! ” มือเรียวสวยยกขึ้นกุมอกเสื้อด้านซ้ายเพราะก้อนเนื้อขนาดเท่าฝ่ามือตรงนั้น มันเกิดปวดหนึบจนเขานึกรังเกียจตัวเองเหลือเกิน
ผมอิจฉาคุณครับ ...คุณหนูเซฮยอน
อิจฉา...แบบที่ไม่เคยคิดอิจฉาใครเท่าคุณมาก่อนในชีวิต
อิจฉา...ที่คุณมีแต่คนรุมรัก .....แต่ผมกลับไม่มีใคร
ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความห่วงใยจากใครเลยสักคน
“ ไข้กลับหรือเปล่า หน้าซีดเชียว ” น้ำเสียงอ่อนนุ่ม พร้อมกับมือใหญ่ที่เอือมมาอังที่หน้าผากมนทำให้ทงเฮสะดุ้งออกจากความคิดเรื่อยเปื่อย ร่างบางยิ้มให้ยุนโฮ แทนคำพูดที่ว่าเขาไม่เป็นไร...
“ ถ้ากลับบ้านไป ก็นอนเยอะๆล่ะ ”
“ ค..ครับ ”
“ อย่าลืมทานยาตามที่หมอสั่งด้วย ” ทงเฮพยักหน้ารับคำสั่งของอีกฝ่ายโดยดุษฎี
จากนั้นก็ไม่มีใครพูดอะไรต่อ
ภายในรถคันงามกลับเข้าสู่สภาวะไร้เสียงอีกครั้งเหมือนตอนที่เพิ่งเริ่มแล่นออกจากโรงพยาบาล
ถึงแม้ฮยอคแจที่ทำหน้าที่ขับรถอยู่จะพยายามชวนคุยบ้างเป็นระยะและทงเฮก็คอยครางอืมอืมในลำคอตอบกลับไปมาเป็นช่วงๆ แต่เมื่อฮยอคแจเหลือบมองคนทั้งสองผ่านกระจกหลัง สัญญาณที่ส่งผ่านจากนัยน์ตาคมของผู้เป็นนาย ก็สะท้อนให้เขารู้ว่า
.....ปล่อยให้ทงเฮหลับเถอะ…..
นัยต์ตาเรียวรีเลื่อนไปมองอีกคนที่แทบจะนอนจมลงไปกับเบาะนุ่มของรถยนต์คันหรู
ฮยอคแจปิดปากเงียบทันที ไม่ได้ส่งเสียงคุยหรือซักถามอะไรอีกต่อไป ในขณะที่คนป่วยค่อยๆปรือตาหลับลงอย่างอ่อนเพลีย...ในที่สุด
“ อืม... ” เสียงครางเกิดขึ้นพร้อมกับการขยับตัวพลิกของร่างที่รุ่มร้อนเพราะพิษไข้
ทงเฮไม่รู้หรอกว่าตัวเองหลับไปตอนไหนหรือเมื่อไหร่ แต่ความรู้สึกอบอุ่นท่ามกลางความหนาวเย็นที่สัมผัสก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ร่างบางเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างเป็นสุขกว่าเคย
อีทงเฮไม่มีทางรู้หรอกว่า......ชองยุนโฮกำลังเสียสละไหล่กว้างให้เขาพักพิง!
*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*
“ คุณชายครับ เอายังไงต่อดีครับ ”
ฮยอคแจเอ่ยถามเสียงแผ่ว เพราะในที่สุดพวกเขาก็ขับมาจนถึงจุดหมายเป็นที่เรียบร้อย หากแต่ร่างบางยังคงนอนหลับตาพริ้มเพราะพิษไข้อยู่บนไหล่ของยุนโฮ และฮยอคแจก็ไม่ใจร้ายพอที่จะปลุกคนป่วยให้ฝืนยืนฝืนเดินหรอกนะ
“ อุ้มไปดีมั้ย? ”
“ หา...? ” ฮยอคแจอ้าปากค้าง แทบจะไม่เชื่อหู
คนเย็นชาอย่างชองยุนโฮน่ะเหรอ จะอุ้มคน...?? นี่เขาคงหูฝาดไปสินะ
“ จะ...จะดีหรือครับ ” ที่ถามไม่ใช่เพราะทงเฮไม่คู่ควรถูกอุ้ม แต่มันเป็นอารมณ์อึ้งปนทึ่งซะมากกว่าที่เจ้านายของฮยอคแจคิดจะอุ้มคนแปลกหน้าอย่างทงเฮ
“ หรือนายจะปลุกให้เขาเดินไปเอง ” ฮยอคแจสั่นหัวปฏิเสธ
“ แต่เราไม่รู้เลขห้องของทงเฮน่ะสิครับ กุญแจก็ไม่มี... ” เลขาร่างผอมเอ่ยท้วงตามเหตุและผลที่คิดได้ ฮยอคแจเงยหน้าขึ้นมองคอนโดสูงตระหง่านตรงหน้า แทบไม่ต้องเดาให้เสียเวลาว่าทงเฮจะพักอยู่ชั้นไหน เพราะมันมีมากกว่าสามสิบชั้นได้ล่ะมั้ง
“ งั้นก็ลองโทรติดต่อเจ้านายเขาดูสิ ”
“ เอ๋..? ” ฮยอคแจเอียงคอมองหน้าเจ้านายด้วยความสงสัย “ ท...โทรถามใครนะครับ? ”
“ คิมคิบอมไงล่ะ ” ยุนโฮเฉลยด้วยสีหน้าที่ไม่บ่งบอกอารมณ์
“ ล..แล้วเขาจะรู้หรือครับ ” เพราะคิบอมไม่ใช่เลขาของทงเฮแต่เป็นเจ้านายโดยตรง แล้วชายหนุ่มจะรู้ที่อยู่หรือแม้แต่เบอร์ห้องคอนโดของเลขางั้นหรือ?
“ รู้สิ ก็เขาพักอยู่ที่เดียวกัน ” ฮยอคแจอ้าปากค้างทิ้งไว้ไม่เกินสิบวิ
เกือบจะโพล่งถามออกไปแล้วเชียวว่ายุนโฮรู้ได้อย่างไร แต่ในวินาทีที่สิบเอ็ดฮยอคแจก็ปิดปากลงดังเดิมเพราะนั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาควรเอ่ยถามผู้เป็นนาย
...คงรู้จากยัยคุณหนูมหาถัยนั่นล่ะมั้ง ก็ยัยนั่นเคยเป็นอดีตคู่หมั้นของคิมคิบอมนี่นะ สงสัยว่าตอนที่มาหาคู่หมั้นรูปหล่อ ก็คงจะเจอกับทงเฮอยู่บ่อยครั้งนั่นแหละ
ฮยอคแจพยักหน้าหงึกหงักให้กับข้อสันนิษฐานที่น่าจะเป็นจริงนี้ของตัวเอง แล้วเอ่ยถามผู้เป็นนายต่อ...
“ แต่ว่าจะดีหรือครับ ที่พวกเราจะโทรไปหาคิมคิบอม ”
“ ถ้าหมอนั่นไม่ใช่พวกเจ้าคิดเจ้าแค้น และมีจิตใจเมตตาพอที่จะช่วยเหลือคนในปกครองอยู่บ้าง ฉันว่าโทรถามจากหมอนั่น คงจะเป็นทางที่เร็วที่สุดที่จะพาทงเฮขึ้นไปนอนพักนะ ” ฮยอคแจพยักหน้าถี่ๆ แล้วไม่คิดจะค้านอะไรอีกเลย
การหาเบอร์มือถือของรองประธานคิมไม่ใช่เรื่องยากอะไรสำหรับผู้คนที่อยู่ในแวดวงธุรกิจเช่นพวกเขา แต่สิ่งที่ฮยอคแจว่ามันยากจนสุดใจนั้น คงจะหนีไม่พ้นการสนทนาพาทีกับคิบอมเสียมากกว่า
มันเป็นสิ่งสุดท้ายที่ฮยอคแจคิดอยากจะทำในตอนนี้เลย ให้ตายสิ!!
“ ยอโบเซโย ” เสียงห้าวทุ้มดังขึ้นหลังจากแนบหูรอเสียงสัญญาณได้ไม่นาน
“ อา~ สวัสดีครับ นั่นคุณคิมคิบอมหรือเปล่าครับ? ” ไม่ใช่ว่าฮยอคแจไม่มั่นใจว่าตนโทรหาคนถูกหรือเปล่า แต่เป็นเพราะไม่รู้จะเริ่มต้นคุยยังไงต่างหาก เขาจึงโพล่งประโยคคำถามแสนงี่เง่าออกไปแบบนั้น
“ ครับ มีธุระอะไรครับ ” น้ำเสียงยังคงฟังดูสุภาพอยู่ ฮยอคแจคิดว่ามันมีสาเหตุมาจากว่าคิบอมยังไม่รู้ว่าเขาเป็นใครน่ะสิ -*-
“ อา~ ผมชื่ออีฮยอคแจนะครับ เป็นเลขาของคุณชายยุนโฮ ” แค่แนะนำตัวก็เสียววาบว่าอาจจะโดนฝ่ายตรงข้ามโต้กลับด้วยวาจาเผ็ดร้อน คนขี้กลัวอย่างฮยอคแจจึงแอบเหลือบไปมองเจ้านายเพื่อขอกำลังใจก่อนถูกด่ายับในอีกไม่กี่วินาทีต่อมา
“ ชองยุนโฮหรือ? ”
“ ค...ครับ ”
“ มีอะไร ” ไม่ต้องเห็นหน้าผู้พูด ฮยอคแจก็เดาได้ว่าคิมคิบอมกำลังมีปฏิกิริยายังไง ….คงกำลังนั่งข่มอารมณ์โกรธแค้นที่พลุ่งพล่านในใจอยู่กระมัง แค่ฟังจากน้ำเสียงและคำพูดที่เปลี่ยนไปกะทันหันก็รู้ได้โดยไม่ต้องอาศัยตาทิพย์
“ คือว่าอีทงเฮ เลขาของคุณน่ะครับ ” ฮยอคแจเว้นช่วงไตร่ตรองว่าเขาควรจะเล่าเรื่องที่ทงเฮป่วยหนักให้คิบอมฟังหรือไม่ แต่ปลายสายกลับเอ่ยตัดรอนอย่างไม่ใยดี
“ ถ้าจะพูดเรื่องคนๆนั้นล่ะก็ ...คิดว่านายน่าจะประหยัดน้ำลายเอาไว้เลียแข้งเลียขาประจบสอพลอเจ้านายของนายดีกว่านะ ”
“ คุณ!!!! ”
ฮยอคแจเดือดจนแทบเต้น ร่างโปร่งตะโกนใส่โทรศัพท์จนลืมไปว่ายังมีคนป่วยนอนไม่ได้สติอยู่ในรถ
“ อะไรกัน พวกเลขามันก็มีแต่อย่างนี้ไม่ใช่หรือ โดยเฉพาะเลขาของไอ้คนที่ชอบแย่งของชาวบ้านด้วยน่ะ เจ้านายมันเป็นซะอย่างนั้น แล้วลูกน้องมันจะเหลือเร้อ~ ” คำพูดหยามหยันตามมาด้วยเสียงหัวเราะรื่นรมย์ที่ได้เหยียบหัวชาวบ้านให้จมดิน ทำให้ฮยอคแจยิ่งเกลียดคนที่ชื่อ คิมคิบอม จนเข้าไส้
ฮยอคแจหลับตา สะกดกลั้นอารมณ์ที่อยากจะด่าคนจนมือที่กำโทรศัพท์เกร็งแน่น แต่จนแล้วจนรอดการอดทนนั้นก็ไม่ได้ผลเมื่ออีกฝ่ายยังคงถากถางเขาและเจ้านายอย่างน่ารังเกียจ ริมฝีปากเฉียบบางจึงพูดขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แสนสุภาพแต่เย็นชาเหลือเกิน
“ คนที่ดีแต่เห่าแล้วก็เอาแต่ดูถูกคนอื่นอย่างคุณน่ะ ผมคิดว่าคนประเภทนั้นคงจะลืมชะโงกดูเงาของตัวเองนะครับ ว่าคุณมันอัปลักษณ์แค่ไหน ทำไมของรักของตัวเองถึงได้ตีจากมาอย่างนี้ ”
“ แก!!!!!!! ”
“ สวัสดีครับ ”
ไม่ต้องรอให้ถูกด่าซ้ำสอง ฮยอคแจใช้วาจาเชือดเฉือนโต้กลับแล้วกดปุ่มสีแดงบนมือถือทันที เขาถอนหายใจดังเฮือก เพราะไม่คิดว่าการคุยกันผ่านทางโทรศัพท์กับคิมคิบอมจะทำให้เขาเหนื่อยใจได้ถึงเพียงนี้
“ ว่ายังไง ” ยุนโฮที่นั่งอยู่ทางด้านหลังถามเสียงเรียบ
อันที่จริงที่ต้องให้ฮยอคแจรายงาน เขาก็พอรู้อยู่ว่าเลขาของเขาเจออะไรมา แต่ที่ถามไปอย่างนั้น ก็เพื่อให้ฮยอคแจได้ระบายความอัดอั้นที่จวนเจียนระเบิดอยู่ในอกซะบ้าง
ก่อนที่มันจะแปรเปลี่ยนเป็นการเหม็นขี้หน้าคิบอมไปตลอดชีวิต!
“ หมอนั่นนิสัยแย่อย่างไร้ที่ติเลยครับคุณชาย ไม่รู้ว่าทงเฮทนคนแบบนั้นมาได้ยังไงเป็นปีๆ เป็นผมนะลาออกไปตั้งแต่ที่เปิดปากพูดแล้ว!! ” บ่นว่ายืดยาวจนเกรงว่ายุนโฮจะรำคาญ ฮยอคแจจึงยอมหยุดแล้วจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่นั่งอยู่ทางด้านหลังหงอยๆ
“ เลยไม่ได้ถามเบอร์ห้องของทงเฮมางั้นสิ ”
“ ข...ขอโทษนะครับ!! ” ร่างโปร่งละล่ำละลักกล่าวขอโทษอย่างรู้สึกผิด ก็ใครใช้ให้เจ้านายของทงเฮเป็นคนแบบนั้นกันเล่า เขาก็สติขาดผึงจนลืมจุดประสงค์ในการโทรหาไปหมดน่ะสิ
“ ไม่ใช่ความผิดของนายหรอก ฮยอคแจ ” ยุนโฮเอ่ยปลอบลูกน้อง
“ ฉันว่าเราลองไปถามรปภ.ของคอนโดดูดีมั้ย เผื่อเขาจะจำหน้าทงเฮได้ ” ร่างสูงเสนอไอเดียที่ฟังดูไม่เลวเลยทีเดียวสำหรับสถานการณ์แบบนี้
“ นั่นสินะครับ ” ฮยอคแจพยักหน้าเห็นด้วย
เหอะ! ไม่เห็นต้องโทรไปง้อไอ้หมอนั่นให้เสียเวลาเลยนี่นา
คิดได้ดังนั้น ก็เร่งรีบลงจากรถด้านประตูคนขับแล้วออกมาเปิดประตูด้านคนที่อยู่ข้างหลัง เพื่อช่วยยุนโฮพยุงคนป่วยออกมา
“ สงสัยจะหลับเพราะฤทธิ์ยาที่คุณหมอฉีดให้ก่อนออกมานะครับ ” ฮยอคแจพูดขึ้น เนื่องจากแลเห็นว่าทงเฮหลับลึกจนไม่รู้สึกตัวเลยว่าร่างของตัวเองกำลังถูกยกจนตัวลอย ด้วยแรงของชายหนุ่มทั้งสองคน
“ คงจะอย่างนั้น ”
“ ว่าแต่น่าสงสัยจังเลยนะครับ เรื่องที่ทงเฮไปนั่งตากฝนอยู่หน้าตึกสำนักงานของคุณหนูเซฮยอน ”
จู่ๆก็อดสงสัยขึ้นมาไม่ได้ เพราะอะไรกันที่ทำให้ทงเฮต้องไปนั่งตากฝนอยู่แบบนั้น ฮยอคแจหยุดความสงสัยให้อยู่แค่ในใจไม่ไหว เขาจึงเอ่ยปากถามขึ้นมาทั้งที่รู้ว่าไม่ควร
“ ผมว่ามันอาจจะเกี่ยวกับคิมคิบอมก็ได้นะครับ ”
“ ……. ”
ยุนโฮไม่ได้ไขข้อสงสัยของฮยอคแจด้วยคำพูดอื่นใดนอกจากอาการนิ่งเงียบอย่างใช้ความคิดเท่านั้น
“ ผมว่า เราน่าจะลองถาม..... ”
“ ถ้าถามแล้วจะได้อะไรขึ้นมา บอกฉันหน่อยสิ ฮยอคแจ.. ” ผู้เป็นนายขัดขึ้นด้วยคำถามที่ฮยอคแจไม่มีวันตอบมันได้
“ อะ.....เอ่อ .... ”
“ พวกเราน่ะไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะยื่นมือเข้าไปยุ่งได้หรอกนะ ไม่ว่าการกระทำของทงเฮจะเกิดขึ้นจากความสมัครใจถูกไหว้วานหรือถูกบังคับขู่เข็นมาก็ตามแต่ผลสุดท้ายเขาก็เลือกที่จะทำมันอยู่ดีไม่ใช่หรือ? ”
หมดสิ้นหนทางที่จะหาเหตุผลมาคะคานสิ่งที่ยุนโฮพูด เพราะมันถูกต้องทุกประการ
พวกเขาไม่มีสิทธิ์จะไปก้าวก่ายเรื่องของทงเฮ
ไม่มีสิทธิ์อะไรทั้งนั้น...
*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*
หลังจากที่โดนคนที่เพิ่งรู้จักกันผ่านทางโทรศัพท์ตอกหน้าอย่างเจ็บแสบ คิบอมก็หมดอารมณ์ที่จะสะสางงานที่กองสุมอยู่บนโต๊ะโดยปริยาย
ชายหนุ่มอารมณ์ร้อนแทบจะเขวี้ยงมือถือไปกระทบพนังห้องด้วยความโกรธ แต่ยังดีที่ได้ยินเสียงมันดังขึ้นมาอีกรอบเสียก่อน คิบอมจึงไม่ได้ปาเครื่องมือสื่อสารทิ้งอย่างใจหวัง
“ มีอะไร! ” สาดเสียงฉุนเฉียวใส่โดยไม่ต้องมีมารยาทเพราะเบอร์ที่ขึ้นอยู่หน้าจอคือเบอร์ของเพื่อนสนิทที่โทรมาชวนไปสังสรรค์ด้วยสุราเมรัยยามค่ำคืน
“ กูไม่ไป! แค่นี้นะ!! ” ไม่ต้องรอฟังเสียงเพื่อนทักท้วงหรือคะยั้นคะยอให้ไปอีกครั้ง นิ้วเรียวก็กดตัดสายทิ้งแล้วโยนมือถือไปบนโต๊ะทำงานอย่างไม่แยแสสักนิดว่ามันจะพังหรือไม่
คิบอมเหล่มองกองเอกสารตรงหน้าแล้วอยากจะกวาดมันทิ้งลงถังขยะข้างโต๊ะไปให้หมด นึกแค้นเคืองไปถึงร่างบางที่หายไปตั้งแต่เช้า และก่อเรื่องให้เขาต้องปวดหัวจนไม่เป็นอันทำการทำงานจนถึงบัดนี้
ร่างสูงพยายามตั้งสติไม่ให้ความโกรธเข้าครอบงำจนเสียการงานตั้งแต่ตอนที่เซฮยอนโทรมาต่อว่าเขาเรื่องที่ทงเฮไปก่อความวุ่นวายให้ที่สำนักงาน และเมื่อโดนเลขาของชองยุนโฮโทรมาวุ่นวายอีก ที่คิดว่าจะตั้งใจทำงานแล้วค่อยกลับไปเอาเรื่องอีทงเฮทีหลัง ก็มีอันตรงพับเก็บกลับลงกระเป๋าไปอย่างรวดเร็ว เพราะตอนนี้ในหัวของคิมคิบอมมีแต่ความโกรธแค้นที่มีต่อเลขาหน้าสวยเท่านั้น
ความแค้นที่เขาเอาไปลงกับอีทงเฮแต่เพียงผู้เดียว!!!
ไม่รอช้า ร่างสูงกล่าวอำลากับห้องทำงานอันน่าหดหู่ของตัวเอง ไม่สนใจเลขาหน้าห้องชั่วคราวที่ทำท่าจะท้วงขึ้นทันทีที่เห็นเขาก้าวขาออกจากห้องทั้งๆที่ยังไม่ถึงเวลาเลิกงาน คิบอมเพียงแค่ปรายตามองหล่อนดุๆ พนักงานคนนั้นก็กลัวจนหัวหด ไม่กล้าอ้าปากหลุดคำพูดใดๆออกมาอีกเลย
รถยนต์ราคาหลายล้านแล่นออกจากบริษัทด้วยความเร็วแสงตามอารมณ์ร้อนๆของคนขับ คิบอมอยากจะเหยียบคันเร่งจนแทบมิดเท้า ถ้าไม่ติดเรื่องกฎจราจรของถนนเมืองหลวง ชายหนุ่มก็คงจะพารถคันหรูไปถึงคอนโดของตัวเองได้ภายในเวลาไม่ถึงสิบห้านาทีเป็นแน่
ระหว่างที่รอสัญญาณไฟให้เปลี่ยนจากแดงเป็นเขียว ความน่าเบื่อจากการจราจรที่ติดขัดในช่วงเย็น ทำให้คิบอมเหม่อมองไปนอกหน้าต่างเพื่อจะลดความรุนแรงของอารมณ์ได้บ้าง
ร่างสูงก็ได้ปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปตามทัศนียภาพที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า และทั้งหมดทั้งมวลในความคิดของเขาก็มีแต่เรื่องของคนๆเดียวเท่านั้นที่วนเวียน ไม่เคยห่างหาย ไม่ว่าจะหลับตาลงหรือลืมตาตื่นขึ้นมาก็ตาม ใบหน้าขาวสะอาดนั่นจะตามติดทุกครั้งที่ใจเขาเหม่อลอย
และครั้งนี้ก็เช่นกัน....
“ ครับ.........ผมจะทำให้คุณหนูเซฮยอนกลับมารักคุณชาย ”
คำพูดนั้นยังคงติดอยู่เช่นเดียวกันกับใบหน้าของคนที่เอ่ยประโยคนั้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือทว่าเด็ดเดี่ยว และการกระทำของทงเฮในวันนี้ก็เป็นเครื่องช่วยยืนยันคำพูดนั้นได้เป็นอย่างดี แต่ในเมื่อผลลัพธ์มันกลับไม่เป็นอย่างที่เขาเคยวาดหวังเอาไว้ แล้วมันจะผิดหรือไรที่เขาคิดจะโยนความผิดทั้งหมดไปให้คนๆนั้นแบกรับแต่เพียงผู้เดียว
“ นายมันไร้ค่า ” คำบริภาษหลุดออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบ
คิบอมคิดว่าถ้าไปถึงคอนโดเมื่อไหร่ เขาจะต้องไล่อีทงเฮออกไปให้พ้นๆหน้าให้เร็วที่สุด ก่อนที่จะทำความวุ่นวายมากไปกว่านี้
ร่างสูงตัดสินใจเหยียบคันเร่งเมื่อสัญญาณไฟเปลี่ยนสีในที่สุด ความเร็วดั่งพายุกำลังพัดพาอารมณ์ที่แปรปรวนไปยังสถานที่ที่มันจะก่อตัวขึ้น
.....และทำลายทุกอย่างจนไม่เหลือชิ้นดี
ดิทเพิ่มอะเกน สำหรับผู้ที่พลาดการซื้อเรื่อง Black&White ไป
ตอนนี้เรามีวางขายในร้านมดดำแล้วนะก๊ะ ><
ใครอยากได้ก็ไปหาซื้อที่นั่นแล้วกันนะงับ เพราะขี้เกียจรีปริ๊นท์เอง
พอไปถึงก็ให้สอบถามว่ามีฟิคเรื่องนี้มั้ยแล้วกันเน้อ~
(เพราะถ้าไปถามว่ามีฟิคเอสเจขายมั้ยเฉยๆ บางทีพี่เค้าอาจจะบอกว่าไม่มีก็ได้นะ...)
ขอบคุณมากงับที่อุดหนุน ^^
ปล. สำหรับคนที่เคยโทรมา+เมล์มาว่ามีฟิคเหลือมั้ย ก็ไปซื้อได้ที่นี่เลยนะคะ