Slamdunk ...23... (75%)
posted on 12 Dec 2009 11:01 by piojos in Fic-Slam-Dunk
ช่วงพักกลางวัน ทงเฮซึ่งตอนนี้ทำหน้าบูดเหมือนตูดปลา กำลังนั่งพุ้ยข้าวกลางวันกินในห้องเรียนแทนการเสนอหน้าออกไปกินข้าวเที่ยงที่โรงอาหารอย่างเคย
สาเหตุเพราะ หนึ่ง! ..ชเวซีวอนเพื่อนยากที่หายหัวไปตั้งแต่ชั่วโมงโฮมรูม หรือพูดง่ายๆก็คือมันโดดเรียนคาบเช้าแล้วยังไม่โผล่หน้ากลับมา ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามันยังงอนไอ้ไก่อยู่แน่ๆ ส่งผลให้เพื่อนซี้ ซีอึนเฮ ที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุข มาด้วยกันตลอด (เฉพาะเวลากินข้าวเที่ยง) เหลือเพียง อึนเฮ อยู่กันสองหน่อ ทงเฮและฮยอคแจเลยตัดสินใจเลือกที่จะหลีกหนีผู้คนมานั่งโซ้ยข้าวกล่องสำเร็จรูปรสชาติอุบาทว์สุดไส้ติ่งในห้องเรียน มากกว่าที่จะไปดื่มด่ำกับรสชาติข้าวแกงกิมจิของร้าน ป้าทึก ที่โรงอาหาร
และสาเหตุที่ สอง! ที่เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ทงเฮกับฮยอคแจ(โดนบังคับ)ตัดสินใจอย่างนี้ก็คือ...
"นี่ อย่าบังได้มั้ย เห็นหน้าไม่ชัดเลยอ่ะ"
"คนไหนเหรอ? ซ้ายหรือขวา"
"คนขวาไง ที่นั่งเคี้ยวข้าวตาขวางนั่นน่ะ"
"ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าคิบอมจะมีรสนิยมอย่างนั้นไปได้"
"แต่มองดีๆ เค้าก็ดูน่ารักออกน๊า~"
"น่ารักก็เฉพาะแต่ตอนเงียบๆนั่นแหละ อย่าให้ได้ลองเปิดปากพูดเชียว หมาวิ่งออกมาทั้งคอก"
"ขนาดนั้นเลยเหรอ???"
"แสดงว่าอย่างนี้คิบอมก็เป็นมาโซดิสม์น่ะสิ"
"เค้าอาจจะชอบที่ถูกด่าก็ได้นะ แบบพระเอกในการ์ตูนไง เพอร์เฟคซะจนไม่เคยมีใครว่า พอมาเจอคนปากหมาใส่ที เลยติดใจ ฮ่าๆๆๆ"
เสียงซุบซิบและหัวเราะเยาะเย้ย จากเพื่อนนักเรียน รุ่นพี่ รุ่นน้อง ทั้งในและนอกห้อง ทำเอาคนตัวเล็กกระเดือกข้าวแทบไม่ลง มือที่กำตะเกียบอยู่เครียดเขม็ง ทงเฮพยายามจะทำหูทวนลม แต่มันก็ยากเหลือเกินที่จะทำ เพราะไอ้พวกนี้มันเล่นนินทาระยะเผาขน แถมยังเสียงดังไม่เกรงใจคนถูกนินทาอีกต่างหาก
กูไม่ใช่ลูกแพนด้าในสวนสัตว์ที่ออกทีวีเรียลลิตี้ยี่สิบสี่ชั่วโมงทางช่องเคเบิ้ลนะเฟ้ยยยยยย !!!!
หยุดมองแล้ววิจารณ์เรื่องที่ อีทงเฮคนนี้ได้หนุ่มหล่อของโรงเรียน เป็นภรรยา(?!) ได้แล้ว
กูขอแด๊กข้าวอย่างสันติสุขมั่งไม่ได้หรือไงฟร้า >[ ]< !!!!
กำลังจะลุกขึ้นมาอาละวาด แต่ถูกเพื่อนไก่เตะเข้าที่หน้าแข้งให้กลับมานั่งลงเหมือนเดิมเสียก่อน ทงเฮเลยได้แต่พองลมในกระพุ้งแก้ม พร้อมกับส่งสายตางอนๆตัดพ้อใส่เพื่อนตัวขาวไปหนึ่งที หลังจากนั้นจึงหันคอ 360 องศา รอบทิศไปส่งสายตาอาฆาตพยาบาทไปถึงชาติหน้าให้ไอ้พวกปากปูปากปลาร้าทั้งหลายให้เงียบเสียงซะก่อนที่จะมีการนองเลือดเกิดขึ้น !
"มึงนั่งกินเงียบๆไปเถอะ" ฮยอคแจว่าด้วยสีหน้าเรียบเฉย "ไม่เคยได้ยินหรือไงว่า ‘นิ่งสงบ สยบทุกความเคลื่อนไหว' น่ะ"
ทงเฮสั่นหัวแล้วเอ่ยปากตอบทันที "กูเคยได้ยินแต่ ‘ตื้บมันหลายๆตลบ สลบแล้วมันจะหยุดพูดมากไปเอง' ว่ะ!!" พอได้ยินเพื่อนเถียงด้วยสีหน้าบิดเบี้ยวเหมือนโรคจิตระยะสุดท้าย ฮยอคแจเลยถอนหายใจเบาๆด้วยความหนักใจที่ไม่อาจเยียวยาความบ้าในตัวอีทงเฮได้อีกแล้ว
"เรื่องของมึงกัน แต่ถ้าโดนรุนตื้บกลับ อย่าหาว่ากูไม่เตือนล่ะ"
"ไรว้า~ ไอ้ไก่ เดี๋ยวนี้มึงทำตัวเย็นชา ชาเย็นกับเพื่อนฝูงอย่างนี้ได้ไงกัน" ทงเฮทำปากยื่น ในขณะที่ฮยอคแจกระตุกยิ้มบาง เพราะรู้ดีว่าทงเฮก็เก่งแต่ปากไปงั้นแหละ
"ก็มึงหาเรื่องใส่ตัวเองนี่หว่า"
"กูหาเรื่องใส่ตัวที่ไหน?! มีแต่เรื่องหากูใส่ตัวล่ะสิไม่ว่า แล้วอีกอย่าง.........ทีเรื่องของมึงกับไอ้วอน"
"อันนี้ถ้ามึงไม่กิน ..ขอนะ"
ฮยอคแจเปลี่ยนเรื่องเร็วจนทงเฮไม่ทันได้อ้าปากท้วง ร่างบางห่อไหล่ ทำหน้ามุ่ย เมื่ออีฮยอคแจเพื่อนเลวมันเอื้อมมือมาฉกเนื้อชิ้นสุดท้ายในกล่องข้าวของเค้าไปกินต่อหน้าต่อตา ทงเฮเลยแก้ลำ ด้วยการรีบคีบกิมจิกับข้าวสวยที่เหลือในกล่องข้าวทั้งหมดเข้าปาก เคี้ยวหมุบหมิบ ประหนึ่งว่ากลัวเพื่อนจะแย่งกินจนหมดกล่อง โดยลืมเรื่องที่พูดค้างไว้เมื่อครู่จนหมดสิ้น
"ต๊าย~ กินมูมมามเชียว"
"ตลกดีออกนะเธอ"
"คิบอมรับได้ด้วยเหรอเนี่ย อยากจะเป็นลม"
เสียงนินทาผสานมากับเสียงหัวเราะคิกคักของนักเรียนสาวต่างห้อง ทำให้ทงเฮย่นคิ้วไม่พอใจ ปากสีเชอร์รี่ก่นด่าไอ้ตัวคนปล่อยข่าวลือที่เค้าไม่รู้ว่ามันเป็นใครเบาๆ จนในที่สุดทงเฮก็ทนไม่ไหว เมื่อเสียงกอสซิปซุบซิบมันเริ่มดังทะลวงประสาทหูเข้ามาเรื่อยๆ คนตัวเล็กจึงวางตะเกียบลง ก่อนจะลุกพรวดขึ้นท่าทางเอาเรื่องจนฮยอคแจต้องร้องเตือนสติ กลัวมันจะไปไล่กัดคนอื่นเข้าจนติดเชื้อหมาบ้าไปหมด
"ทงเฮอา~"
"........."
"มึงสงบสติอารมณ์หน่อยดิวะ"
"กูไม่ไหวแล้วมึง!!!"
"มึงก็หลับตานับหนึ่งถึงสิบในใจไปก่อน ใจเย็นๆเว้ย"
"กูใจเย็นไม่ได้แล้ว!!!!"
"ไอ้หมวย !!!"
ฮยอคแจตะโกนลั่นพร้อมกับลุกขึ้นไปคว้าแขนไอ้เตี้ย ยื้อยุดฉุดกระชากไม่ให้มันเดินขาถ่างท่านักเลงเข้าไปหากลุ่มคนที่มามุงดูตัวประหลาดที่มีตำแหน่งแฟนคิบอมแปะอยู่บนหัวอย่างทงเฮ แต่ร่างบางกลับสะบัดมือเค้าออก แล้วหันมาแยกเขี้ยวใส่
"กูปวดขี้~~~!!!!! มึงจะรั้งกูเพื่ออออออออออออ"
ประกาศให้ได้ยินโดยทั่วกันเพราะอารมณ์โมโหที่ถูกเพื่อนดึงแขนไว้ ไม่ยอมให้ออกไปห้องน้ำ บรรยากาศหลังจากนั้นจึงเงียบกันเป็นเป่าสาก เหล่าผู้คนที่เคยยืนออกันอยู่ตรงหน้าประตูต่างพากันพร้อมใจแหวกทางให้คนปวดทุกข์หนักได้ออกไปปลดปล่อย ก่อนที่จะมีกลิ่นหรือเสียงมาทำลายออกซิเจนในอากาศ
"อ่ะ...เออ งะ..งั้นมึง...ก็ไปดีมาดีล่ะกัน...นะ" ฮยอคแจยอมปล่อยมือออกจากต้นแขนเพื่อนโดยดี แต่ดูท่าทางเฮคงจะไม่ดีด้วยแน่ เพราะหน้าทั้งหน้าของทงเฮตอนนี้ได้กลายเป็นสีมะเขือเทศสุกไปแล้ว
"เอาทิชชู่ไปด้วยดิ อ่ะนี่...นุ่มนะ...เช็ดแล้วสบายก้น"
ฮยอคแจยัดก้อนกระดาษชำระที่พกไว้ในกระเป๋าใส่มือทงเฮ ก่อนจะดันหลังคนที่ยืนนิ่งเป็นหินไม่รู้ว่าด้วยความโกรธหรืออายให้ออกจากห้อง เพื่อจะได้เข้าห้องน้ำไปถ่ายทุกข์ให้เร็วที่สุด
"อี๋~ น่าเกลียดที่สุด!" หญิงสาวนางหนึ่งที่ทงเฮเดินผ่าน เอามือปิดหน้า พลางส่งเสียงครางรับไม่ได้
"เป็นคนเปิดเผยดีนะ ทั้งเรื่องคบกับคิบอม แล้วไหนจะพูดซะเสียงดังว่าปวดอึ๊โดยไม่อายใครอีก" อีกคนที่หันไปพูดยิ้มๆกับเพื่อน ก็มองโลกในแง่ดีเกิ๊น -*-
"ถึงมันจะเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ก็ไม่ควรเอามาพูดในที่สาธารณะนะ!!" คนที่สามยกมือขึ้นกอดอก หน้าเชิด
"หน้าตาก็น่ารักดี แต่นิสัยไม่น่ารักเอาซะเลย เฮ้อ~~" ชายหนุ่มที่มาดูของแปลกยักไหล่แล้วส่ายหน้าระอา
ฮึ่มมม ปวดขี้แล้วประกาศว่าจะไปห้องน้ำผิดตรงไหนวะเนี่ย???
โธ่เว้ยยย ภาพพจน์หนุ่มหล่อซิกแพ็คของกรู๊~~ หมดกันล่ะทีนี้ โฮฮฮฮ
Y___Y
*******************
พอเสร็จจากการเข้าห้องน้ำที่สุดแสนจะอับอายคนทั้งโลกแล้ว ทงเฮก็ไม่คิดจะกลับไปเป็นของแปลกให้คนอื่นมายืนมุงดูอีก ดังนั้นร่างเล็กจึงเบนเส้นทางจากการเดินกลับเข้าห้องเรียนไปศึกษาหาความรู้ต่อในคาบบ่าย เป็นการปีนบันไดขึ้นไปโดดร่ม นอนแผ่เป็นปลานีโม่ตากแห้งอยู่บนดาดฟ้า
"อ๊ะ!!" ร่างเล็กร้องอุทาน เมื่อเปิดประตูเข้าไปในอาณาเขตที่สูงที่สุดของตึกเรียน แล้วพบกับด้านหลังของคนที่ยืนพิงรั้วกั้น พลางเงยหน้าเหม่อมองท้องฟ้า ราวกับจะขอพรวิงวอนต่อพระผู้เป็นเจ้า
แน่นอนว่าหากมีคำว่า พระเจ้า อยู่ในประโยคที่กล่าถึง คนๆนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกเสียจาก....
"ไอ้ฉ่อยยยยยย!!!!"
สรรพนามเรียกขานทำให้คนที่หันหลังอยู่เอี้ยวตัวกลับมามองผู้บุกรุก ซีวอนขมวดคิ้วเป็นปมแน่น นึกเซ็งในใจ อุตส่าห์หนีขึ้นมาบนนี้แล้วยังมีคนตามมารังควาญจนได้
เค้านี่ดวงซวยของแท้จริงๆ -*-
"มึงหายไปไหนมา แล้วนั่น...!!!!!!!"
ทงเฮเดินเข้าไปหาคนตัวโตได้ไม่กี่ก้าว ก็ต้องถอยหลังกลับอีกครึ่งก้าว ทำตาโต ชี้หน้าม้าๆของเพื่อน ร้องเสียงหลง เพราะไอ้หน้าม้าแหวกแสกกลางที่เค้าเคยเห็นและด่าไปเมื่อเช้า ได้อันตรธานหายไปเป็นทรงผมที่สั้นลง จนแทบจำไม่ได้ เพราะตอนนี้ชเวซีวอนเปิดเหม่งเป็นหน้าม้าเหินเวหาแทนแล้วล่ะ บร๊ะเจ้า จีซัสสสสส~
"เมิงไปทำอะไรกับผมมาน่ะ ?!"
"กูไปต่อผมมามั้ง ...ถามได้ กูไปตัดผมมา"
ทงเฮทำหน้าหงิก ทันทีที่ถูกเพื่อนกวนตีนกลับ คนตัวเล็กร่ำๆจะด่าตอบให้ถึงพริกถึงขิง แต่ซีวอนก็ตั้งคำถามแทรกขึ้นมาเสียก่อน
"...แล้วมึงมาทำอะไรที่นี่?"
"มาขี้มั้ง?!" ประชดเสียงสูง คิดว่าจะทำให้ซีวอนเหวอไป แต่เปล่าเลย...กวนตีนระดับเบสิคอย่างนี้ มิได้ระคายเคืองผิวเค้าหรอก~
"อ่าว แล้วที่ประกาศออกซะโจ่งแจ้งเมื่อสิบนาทีที่แล้วนี่คืออะไร? ...หรือขี้ในห้องน้ำไม่ออก เลยตะกายมาปล่อยบนดาดฟ้า~?" ทงเฮอ้าปากหวอ ค้างนานนับสิบวินาที ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า เรื่องที่เค้าประกาศตนว่าจะไปถ่ายท้อง จะโด่งดังมาไกลจนกระทบหูเพื่อนผู้เลี้ยงหมาไว้ในปากอย่างชเวซีวอนได้
อย่างนี้พ้มก็โดนหมาในปากมันกัดตายสิครับงานนี้ ฮึ่ยยยย~ = =*
"กูว่าเมิงไปเอาขี้ที่อยู่ในปากเมิงออกก่อนจะดีกว่านะไอ้ม้า ...เมิงนี่ปากเสียจริงๆ มิน่าไอ้ไก่มันถึงได้โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงขนาดนั้น เมิงคงไปปล่อยหมาสะกิดต่อมแคนตั๊กกี้ของมันล่ะสิ เมื่อวานน่ะ..."
ทงเฮเอ่ยปากว่าสั่งสอน ในขณะที่สมองเตรียมหาคำพูดด่ากลับกรณีที่ไอ้ม้าเพื่อนยากสวนมาด้วยวาจาเผ็ดร้อน แต่คนตัวเล็กกลับคิดผิดถนัด เมื่อซีวอนไม่ได้มีท่าทีจะต่อปากต่อคำเค้าแม้แต่น้อยเมื่อได้ยินประโยคนี้ ตรงกันข้ามร่างสูงแค่อึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะเหยียดยิ้มเหมือนสมเพชอะไรสักอย่างอยู่ (ปล. มันมองหน้ากูป่าวเนี่ย -*-)
ซีวอนยกมือที่คีบมวนบุหรี่ขึ้นจ่อริมฝีปาก สูบอัดควันเข้าขั้วปอด หลังจากนั้นจึงปล่อยออกสู่ท้องฟ้าเบื้องบน ให้คนตรงหน้าทำตาโตได้อีกครั้ง
"ไอ้ชเว! เมิงสูบบุหรี่!!"
เพราะตอนที่เจอกัน ทงเฮตกอกตกใจกับทรงผมของซีวอนมากกว่า จึงไม่ได้สังเกตที่มือขวาของร่างสูงที่คีบบุหรี่ท้าวราวระเบียงอยู่ทางด้านหลัง แต่พอชายหนุ่มยกมันขึ้นมาดูดต่อหน้า ทงเฮก็เพิ่งจะเห็นว่าซีวอนกำลังทำอะไรที่โคตรจะอะเมซซิ่งโคเรีย เปรียบได้กับการเห็นคิมคิบอมลุกขึ้นมาเต้นจ้ำบ๊ะให้ดูเลยทีเดียว
"ก็นานๆครั้ง" สายตาคมก้มมองสิ่งที่นิ้วเรียวคีบอยู่แล้วเอ่ยเบาๆพร้อมยักไหล่ "เวลามีเรื่องไม่สบายใจน่ะ"
"เออ ..แต่กูเหม็น เมิงดับได้ป่ะ เสียภาพพจน์สาวกพระเจ้าของเมิงหมด"
ทงเฮพูดพร้อมกับย่นจมูก ซีวอนหัวเราะในลำคอก่อนจะทำตามคำขอของไอ้เตี้ยเพื่อนรักแต่โดยดี เพราะถ้าไม่ทำมีหวังคงโดนมันวิ่งเข้าชาร์จหาทางดับด้วยตัวเองจนเป็นเรื่องแน่
"ว่าแต่มึงมีเรื่องไม่สบายใจอะไรวะ ....ชเวดากอง"
"ชเวดากอง?" ซีวอนทวนคำที่เค้าไม่เข้าใจ ศัพท์ประหลาดมักจะถูกบัญญัติโดยอีทงเฮเสมอ
"ก็ชื่อเล่นใหม่เมิงไง ชื่อดีน๊า~ เป็นชื่อเจดีย์ของพม่า กูว่าดูเท่ห์กว่าชื่อ ไอ้ม้า ไอ้ฉ่อย ตั้งเยอะ" บอกเล่าด้วยความภาคภูมิใจ แต่คนฟังถึงกับต้องส่ายหัว ..เพื่อนกรุมันน่าตื้บให้เตี้ยจมดินจริงๆพับผ่าสิ = =;
"มึงอยากเปลี่ยนชื่อเป็น อีทงเหี้ย มั้ย?? กูจะได้จัดให้" พอถูกเปลี่ยนชื่อมั่ง ทงเฮก็ทำหน้าบูดเป็นตูดปลา ร่างบางสบถคำหยาบเบาๆ ก่อนจะยอมเรียกชื่อเพื่อนอย่างถูกต้อง ไม่งั้นมีหวังวันนี้ทั้งวันนอกจากจะคุยไม่รู้เรื่องแล้ว พวกเค้าอาจมีการวางมวยกันเกิดขึ้นก็เป็นได้
"ไรวะ ชื่อเมิงกูคิดให้ออกจะเป็นมงคลขนาดนั้น" ทงเฮบ่น
"งั้นกูเรียกเมิงแบบเป็นมงคลให้มั่งเอามั้ย อีทงวรนุช~"
"เจี้ย! กูไม่คุยกับมึงแล้ว"
คนขี้งอนสะบัดหน้าพรืด หันหลังกลับเตรียมตัวจะออกไปเสาะหาที่โดดร่มที่อื่น ดีกว่าต้องมาอารมณ์เสียเพราะไอ้เพื่อนชั่วร้ายชเวดากอง (เรียกมันลับหลังกับเรียกในใจแทนก็ได้ ชิส์~) แต่ก่อนที่ทงเฮจะได้สะบัดบ๊อบจากไป ประโยคคำถามของร่างสูงก็เรียกรั้งเค้าไว้
"ฮยอคแจหายโกรธกูหรือยัง?"
ทงเฮหยุดการเคลื่อนไหวทั้งหมด แล้วค่อยๆหันไปมองซีวอนที่ทำหน้าซึมลงไปอย่างเห็นได้ชัด
ดูไปดูมามันก็น่าสงสารอยู่หรอก คนตัวเล็กพ่นลมออกจากปากเฮือกใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจเดินกลับมาตบบ่าเพื่อนพร้อมเอ่ยให้กำลังใจว่า...
"ยังว่ะ"
"......"
แอบขำสะใจเบาๆทันทีที่เห็นหน้าซีวอนซีดเผือดเหมือนกระดาษ ก็เค้าไม่ได้โกหกสักหน่อย ฮยอคแจยังโกรธมันอยู่ก็จริงๆ และเค้าก็ไม่มีวันโกหกเพื่อเป็นการปลอบใจเพื่อนอยู่แล้วล่ะ คริ~ คริ~
"กูว่ามึงไม่น่าไปโมโหใส่มันเลยนะ เรื่องแค่นี้"
"เรื่องแค่นี้!!" ซีวอนสิ่งที่ทงเฮเพิ่งพูดเมื่อกี้เสียงดัง
"เรื่องแค่นี้ตรงไหนวะ มันน่ะเอาแต่คุยกับพี่ฮยอนจุง กูบอกให้รีบกลับบ้านจะได้รีบๆติว มันก็ไม่สน คุยยาวจนถึงเย็น แค่นั้นไม่พอนะ ตอนที่กูสอนหรือบอกให้ทำแบบฝึกหัด มันก็ทำไป พูดแต่เรื่องของพี่ฮยอนจุงไป ...พี่เค้าอายุเท่าไหร่? ...พี่เค้าเก่งดีเนอะ ...เจ๋งสุดๆ ...พี่เค้ามีแฟนหรือยัง? เฮอะ!!"
ร่ายยาวมาเป็นฉากๆ ทงเฮได้แต่กะพริบตาปริบๆ ฟังเรื่องที่ซีวอนเล่าด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวจนไม่กล้าพูดแทรก จนกระทั่งจบประโยค คนตัวเล็กจึงพอจะได้โอกาสเอ่ยปากถามคำถามที่คันยิบๆในใจมานาน
"แล้วมึงจะโมโหทำไมล่ะ ถึงมันจะไม่ตั้งใจฟังมึง แต่มันก็ทำแบบฝึกหัดที่มึงให้ไปได้คะแนนดีนี่หว่า แปลว่าผลการสอนมึงสำเร็จ ไม่ดีหรือไง?"
"................"
มันให้ความเงียบมาเป็นคำตอบ ซีวอนอ้าปากเหมือนจะเถียงแต่ก็ไม่มีเสียงหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากได้รูป คล้ายว่าถูกพูดแทงใจดำ ชายหนุ่มถึงได้หมดหนทางที่จะแย้งกลับอย่างเคย
"มึงจะเคืองมันทำเคเอฟซีไรวะ กูรู้ว่าคนหัวล้านอย่างมึงมักจะขี้น้อยใจ แต่นี่มันเพื่อนนะเว้ย! ไม่ใช่เมีย!! มึงถึงจะพูดประชดไอ้ไก่ยังงั้นได้ แล้วนี่ถ้ากูไม่รู้ว่ามึงเคืองที่มันไม่ตั้งใจเรียนนะ ป่านนี้กูคงนึกว่ามึง...."
ทงเฮหยุดพูด เพราะเพิ่งสังเกตอะไรบางอย่างที่เค้ามองข้ามไป
ตายห่ะ =____=;; ถ้าลางสังหรณ์ของเค้าไม่ผิดล่ะก็...
"อย่าบอกนะว่ามึง............................"
"อะไร?" ซีวอนเหมือนจะเพิ่งรู้สึกตัวว่าถูกจ้องจับผิด ชายหนุ่มย่นคอเล็กน้อยเมื่อคนตัวเล็กยื่นหน้าเข้ามาใกล้พลางเพ่งมองเค้าอย่างพินิจพิเคราะห์
"กูว่ามึงน่ะ... ไม่ได้โกรธไอ้ไก่เพราะมันไปสนใจคนอื่นแล้วไม่ตั้งใจฟังที่มึงสอนหรอก"
"ห่ะ???"
"จากประสบการณ์ทางด้านความรัก(ที่เป็นศูนย์)ของกู กูขอฟันธงเลยว่า........" เว้นจังหวะเพื่อความตื่นเต้น ประหนึ่งประกาศผลรางวัลก่อหวอด (อวอร์ดค่ะ ที่รัก -*-) อะไรสักอย่าง แต่คนฟังกลับทำหน้าเนือย เบื่อความติ๊งต๊องของเพื่อนอย่างหาที่สุดมิได้
"ฟันธงบ้าอะไรของเมิงงงงงง~"
.
.
.
"ฟันธงว่า....มึงแอบชอบ พี่ฮยอนจุง อยู่ไงครับเพื่อนม้า ฮี่ๆๆๆๆ"
หัวเราะล้อเลียนเสียงม้าพลางยักคิ้วให้แบบผู้หยั่งรู้ พอเห็นซีวอนตั้งท่าจะพูดหลังจากทำตาเบิกโตเท่าไข่นกกระจอกเทศอยู่เป็นนานสองนาน ทงเฮก็รีบชิงพูดตอกย้ำความคิดของตนก่อนที่อีกฝ่ายจะทันได้โวยวายปฏิเสธ
"อ๊ะๆ อย่าโกหกหัวใจตัวเองเลยครับเพื่อน กูรู้น่าว่ามึงโกรธไอ้ไก่เพราะมันไปตีสนิทกับกิ๊กเมิงใช่ม๊า~ แหม...ไม่ต้องอายหรอกน่า เรื่องเพื่อนเป็นกงเป็นเกย์กูไม่ถืออยู่แล้ว (เพราะกูก็เป็นไปครึ่งตัวแระ -*- ชิส์)"
"เฮ้ย! มึงเข้าใจผิดอยู่นะ....กูกับพี่เค้าไม่ได้" ซีวอนพยายามที่จะอธิบาย แต่คนที่ชอบพูดเองเออเองยกมือขึ้นมาปิดหูไม่ยอมรับฟังซะงั้น = =*
"มึงไม่ต้องแก้ตัวหรอก กูรู้แล้ว เดี๋ยวกูจะไปช่วยพูดให้ไอ้ไก่ฟังให้ มันจะได้หายโกรธมึง แล้วเผลอๆมันอาจจะผันตัวไปเป็นกามเทพสื่อรักให้มึงกับพี่เค้าด้วยก็ได้นะ~" ทงเฮขยิบตา ยิ้มเผล่ ถ้าดูในสถานการณ์อื่นซีวอนคงเห็นว่ามันน่ารักดีอยู่หรอก แต่ในตอนนี้เค้ากลับอยากรี่เข้าไปตบกะโหลกมันนัก ข้อหาพูดจาเลอะเทอะ!
"อีทงเฮ มึงฟังกูดีๆนะ...."
"โหยยย อย่ามาคอสจิม๋ากับกูซะให้ยาก คนอย่างกูมองปร๊าดเดียวก็รู้แล้วว่าคนที่มึงชอบน่ะคือ......."
"กูชอบฮยอคแจต่างหากล่ะ ไอ้เตี้ยยยยยยยยยยยยย!!!!!!!!!!!"
ซีวอนตะโกนลั่นดาดฟ้า กว่าจะรู้ตัวอีกทีเค้าก็เผลอสารภาพสิ่งที่เก็บอยู่ในใจมานานให้กับตัวป่วนอย่างอีทงเฮฟังเสียแล้ว...
ไม่น่าเลยกรู๊~~~ TOT
*******************
บรรลัย ฉิบหาย วอดวาย นรกแตก ...สารพัดความคิดในแง่ลบที่แล่นปราดเข้ามาในหัวของซีวอน ทันทีที่หลุดปากพูดเรื่องที่สำคัญเท่าชีวิต ให้คนที่ไม่มีหูรูดอยู่ตรงปากฟังโดยไม่ได้ตั้งใจ
และถ้าให้เดาล่ะก็ ... อีกสามวินาทีต่อไป คุณฆ้องปากแตกหรือนีโม่ปากสว่างตัวนี้ ไม่ร้องห๊าดังๆกับทำตาถลน ก็ต้องรีบวิ่งจู๊ดลงไปป่าวประกาศว่า ‘ชเวซีวอนแอบชอบอีฮยอคแจ!' ผ่านทางวิทยุกระจายเสียงของโรงเรียนแน่ๆ
ซีวอนเอาตำแหน่ง ‘มายูริ' เป็นประกันเลยยังได้!!!
"ห๊า!!!" ในที่สุดอีทงเฮก็เลือกทำตามการคาดเดาแรกของเค้า ด้วยการร้องห๊า แล้วทำตาโต "เมื่อกี้เมิงว่าไงนะ?!!"
"กูบอกว่าเมิงหน้าเหี่ยว..."
"พูดม้าๆอย่างนี้ อยากให้กูลงไปพูดออกไมค์ของชมรมกระจายเสียงว่า ชเวซีวอนแอบชอบอีฮยอคแจ หรือไงห่ะ?!!" แล้วมันก็ขู่ด้วยการคาดเดาที่สอง ซีวอนเบ้ปาก ยกมือท้าวเอว กรอกตาขึ้นมองฟ้าอย่างเบื่อหน่าย ...แล้วเมิงจะถามให้กูพูดอีกรอบทำไม ในเมื่อเมิงได้ยินทุกประโยคชัดแจ้งแดงแจ๋ซะขนาดนั้น เตี้ยเอ๊ยยย~
"ไม่นิ"
"แล้วตกลงคือ มึงชอบไอ้ไก่จริงๆเหรอวะ" คำถามของทงเฮทำให้ร่างสูงเม้มปากแน่น ให้ตายเค้าก็ไม่มีวันหลุดพูดเรื่องน่าอายแบบนี้อีกรอบหรอก ..ไม่มีวัน!!
"อย่างนี้มึงก็เป็นเกย์น่ะสิ"
"ของอย่างนี้มันอยู่ที่ใจเว้ย!! เพศไม่เกี่ยว..."
"เออ เรื่องเกย์ยังไม่เท่าไหร่ แต่ปัญหาคือมึงแอบรักเพื่อนสนิทตัวเองอ่ะน๊า~" ทงเฮเอามือลูบคาง ขมวดคิ้วเหมือนคนที่กำลังใช้ความคิดอย่างหนัก
"แล้วไง"
"กูกลัวว่า ......"
"อะไร?"
ซีวอนเอ่ยถาม ในขณะที่ร่างบางเหล่ตามองคนตัวโตแบบไม่ค่อยจะไว้ใจ ทงเฮก้าวถอยหลังให้พอมีระยะห่างเป็น เพอร์โซเน่าสเปซซึ (personal space) กับเพื่อน แล้วว่าเสียงเครียด
"กลัวว่ามึงจะเคยแอบชอบกูด้วยอ่ะ!!!" >o<
ฟังแล้วก็อยากจะบ้องกะโหลกกลวงๆของมันให้รู้แล้วรู้รอด ยิ่งบวกกับท่าทางหวงเนื้อหวงตัวทำอย่างกับเค้ากลายเป็นโรคจิตจับขึงไม่เลือกหน้าของทงเฮด้วยแล้ว ซีวอนก็ยิ่งอยากจะกระทืบซ้ำเข้าไปใหญ่
"ถ้ากูเคยแอบชอบมึง กูขอไปตกหลุมรักกับลิงซักตัวยังจะดีซะกว่า เชี่ย...เล่นเอากูขนลุกหมดแล้วนะเนี่ย"พูดพลางยกมือขึ้นให้ดูเป็นหลักฐานว่าไม่ได้โกหกแต่อย่างใด
"อ้าว ก็เผื่อเมิงจะแค่หวั่นไหวกับคนใกล้ตัวอ่ะ เพราะกุก็เป็นหนึ่งคนใกล้ตัวของเมิงดะ... อะ..โอ๊ย~" ทงเฮร้องพลางรีบยกมือขึ้นมากุมหัว หลังจากโดนมะเหงกลูกโตจากซีวอน
"เชี่ย ตบกุร้อยแปดสิบแรงม้าขนาดนี้ ถ้ากูสมองไหล เป็นลูคีเมียตายขึ้นมา มึงจะรับผิดชอบยังไงห๊า!!!"
"กุจะไปงานศพเมิงล่ะกัน"
ซีวอนตอบเนิบๆ ส่วนทงเฮก็ถลึงตาใส่คนตรงหน้าเป็นการใหญ่ แม่ง .. จะกวนตีนก็ให้มันรู้กาลเทศะซะมั่ง ลืมไปแล้วหรือไงว่า กูกุมความลับสุดยอด ท็อปซีเล็ค (Top Secret) ของเมิงอยู่นะเฟ้ย ไอ้ฉ่อย!!!
"นี่กูอุตส่าห์หวังดีพูดเตือนสติเมิงนะ เมิงจะได้ไม่สับสนว่าชอบไอ้ไก่เพราะอะไรไง ชิส์ ทำคุณบูชาโทษ โปรดม้าได้เกือก(ม้า)ชัดๆเลย"
"กูรู้ตัวกูเองดีอยู่แล้วหรอกน่า มึงไม่ต้องมาวิเคราะห์หาเหตุผลอะไรกะกูเลย ไอ้ตัวซวย"
"แหน๋~ มีมาด่ากูอีก" ทงเฮชี้หน้าซีวอนมือสั่นระริก "ถ้ากูกลายร่างจากผู้ช่วยไปเป็นตัวขัดขวางความรักของมึงกะไอ้ไก่แทนแล้วจะหนาว" ทงเฮขู่แยกเขี้ยว จนซีวอนนึกอยากกัดลิ้นตัวเองตายที่พูดด่าออกไปตามความเคยชิน โดยลืมคำนึงถึงหายนะที่จะเกิดขึ้นหากไอ้เตี้ยนี่กลายเป็นมารคอหอย
ได้ชื่อว่าก้าง(ปลา)แล้ว ถึงจะเป็นก้างเล็กๆแค่ไหนก็เถอะ แต่เวลามันทิ่มคอก็สามารถทำให้เจ็บปวดได้อยู่ดี เพราะฉะนั้นเค้าไม่ควรเอาคอตัวเองไปเสี่ยง นั่นคงเป็นการดีกว่า...
"เออๆ กูรู้หรอกน่า~" ซีวอนตอบแบบปัดรำคาญ
"แล้วตกลงมึงจะสารภาพกับมันวันไหน?"
"ห๊า!!!!" ร่างสูงเบิกตาโต ในขณะที่ทงเฮดูเหมือนจะไม่ได้ใส่ใจอาการตกใจของซีวอนนัก
"ถึงไอ้ไก่มันจะไม่ค่อยป๊อบ แต่กูว่ากันไว้ดีกว่าแก้ เพื่อมีหมาคาบมันไปแดกแล้วม้าอย่างมึงจะเสียใจนะ ทางที่ดีมึงควรจะชิงสุกก่อนห่าม เพราะว่า...."
"เอ่อ...อย่าเพิ่งนะมึง กูตามไม่ทัน" ซีวอนยกมือเป็นปางห้ามญาติใส่หน้าทงเฮ อีกมือกุมขมับเครียดจัด ไม่ทราบว่ามันพล่ามอะไรของมัน แต่ที่แน่ๆคือมันไม่ใช่เรื่องดีสำหรับเค้าเท่าไหร่เลย
ให้ไปสารภาพรักกับอีฮยอคแจเนี่ยนะ!!!????
"เอ้ย ชเวดากอง ...มึงอย่าป๊อดน่า กูอุตส่าห์หลีกทางให้พวกเมิงแล้วนะ ไม่ดีหรือไง?"
"กูชอบมัน แต่กูยังไม่อยากเสียเพื่อนนะเว้ย"
"อ้าว...ก็เสียเพื่อน แล้วได้แฟนมาแทนไง ดีจะตาย..."
"กูหมายถึง...." ซีวอนกลั้นหายใจก่อนพูดย้ำแต่ละคำอย่างชัดเจนด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
"ถ้ามันไม่ได้ชอบกู...แล้ว ...เอ่อ มันคง....." ทงเฮกะพริบตาปริบๆมองหน้าซีวอนที่แดงก่ำไปจรดถึงกกหู ก่อนจะครางอ๋อยาวๆในใจ ริมฝีปากสีชมพูอมส้มคลี่ยิ้มเบิกบาน เมื่อสามารถคิดหาวิธีแก้ให้ซีวอนได้เร็วยิ่งกว่าคิดสูตรคูณแม่สองซะอีก
"โธ่~ เรื่องแค่นี้" ทงเฮเอื้อมมือไปตบไหล่ของซีวอนราวกับกำลังปลอบใจ (แม้จะต้องเขย่งเพื่อให้ตบบ่ามันได้ก็เถอะ -*-) แล้วฉีกยิ้มกว้างขึ้นไปอีก แต่เจ้าเล่ห์จนซีวอนนึกสยอง
"แค่กูไปตะล่อมถามไอ้ไก่ให้ว่าชอบมึงหรือเปล่า ..แค่นั้นก็เรียบร้อย" ไอ้เตี้ยหัวเราะเสียงแหลมสูง ภาคภูมิใจในความชาญฉลาดของตัวเอง แต่ซีวอนกลับหน้าซีดเผือดลงในทันใด
การตะล่อมถามของอีทงเฮ ถ้าไม่ได้ผลอย่างที่เจ้าตัวพูดโม้เอาไว้
มันคงกลายเป็นการตะล่อมบอกให้ไก่ตื่นตูมอย่างแน่นอน
ชเวซีวอนขอ ฟันธง!!!!!! Y___Y
*******************
หากจะถามว่าเพราะเหตุผลกลใดที่ทำให้ทงเฮยอมรับบทผู้ช่วยเจ้าชาย(ม้า)ให้สมหวังกับเจ้าหญิง(ไก่)โดยไม่มีการตีโพยตีพาย หวงเพื่อนเหมือนอย่างที่ชอบทำเป็นประจำล่ะก็
....คำตอบมันก็ง่ายนิดเดียว
"เฮ้ย แล้วอย่าลืมตอบแทนกูให้สมกับความดีความชอบที่กูทำเพื่อให้พวกเมิงสมหวังกันล่ะ ฮี่ๆๆๆ"
นึกอยู่แล้วเชียวว่า มันต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังความใจดีนี่แน่ๆ ซีวอนเซ็งจนเอ่ยออกมาเป็นคำพูดไม่ถูก เนื่องจากนึกยังไงก็นึกไม่ออกว่าในประโยคบทสนทนาที่พวกเค้าคุยกันเมื่อกี้ มันมีส่วนไหนที่เค้าขอร้องให้อีทงเฮช่วยเหลือเรื่องความรักครั้งนี้บ้าง?
ไม่มีเลย!!!!
แล้วไอ้หมวยมันดันเรียกเก็บค่าตอบแทนจากการช่วยเหลือที่เค้าไม่ได้ร้องขออย่างนี้ได้ยังไงกัน ไม่ยุติธรรมเลยสักนิด!
ซีวอนคิดแล้วก็ส่ายหัวเหนื่อยใจ ในระหว่างที่เดินลงบันไดจากดาดฟ้าด้านบน เพื่อกลับไปเล่าเรียนตามปกติ หลังจากที่นักเรียนดีเด่นอย่างเค้าโดดหายไปในช่วงเช้า เพราะอารมณ์หงุดหงิดที่ทะเลาะกับฮยอคแจในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องด้วยความหึงหวง
ใช่!! เค้าชอบอีฮยอคแจ!!!
แต่อย่าถามเลยว่าเพราะอะไร เกิดขึ้นเมื่อไหร่ หรือทำไมถึงต้องเป็นเพื่อนคนนี้ (ถ้าเป็นเพื่อนเตี้ยก็บ้านแตกสิครับพี่น้อง -*-) เพราะเค้าเองก็ให้คำตอบไม่ได้เหมือนกัน รู้สึกตัวอีกทีก็สนใจไปแล้ว ละสายตาไม่ได้ไปแล้ว ชอบไปแล้ว
รักเพื่อนสนิทตัวเอง แต่ไม่เคยคิดอยากจะบอก
~แค่แอบมีเธออยู่ในใจก็พอ ไม่ขอให้เธอมารักและเห็นใจชั้น
แค่ปล่อยให้คนๆนึง ฝันไปก็แล้วกัน อย่าสนใจเลย อย่าสนใจ~
"มึงจะทำตาละห้อยเป็นพระเอกมิวสิควีดีโอไปถึงไหนวะ ไอ้ฉ่อย รีบๆเดินเด้~ เดี๋ยวออดก็ดังพอดีหรอก!"
ภาพเอ็มวีลิฟท์กับออยแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ทันทีที่ซีวอนหันกลับไปมองหน้าเพื่อนที่เดินตามหลังเค้ามา ก่อนอีทงเฮจะตะโกนโวยวายใหญ่ เพราะซีวอนเผลอคิดเรื่อยเปื่อยจนหยุดยืนอยู่กลางบันไดแคบๆ ทำให้คนที่เดินตามมาข้างหลังอย่างทงเฮต้องหยุดชะงักตามไปด้วย
"กูว่ามึงไม่ต้องช่วยกูหรอก" ซีวอนเอ่ยขึ้น เมื่อพวกเค้าเดินลงมาถึงชั้นห้า
"ทำไมล่ะ?"
"กูเกรงใจมึง" ไขว้นิ้วไว้ด้านหลัง โกหกกับตัวป่วนคงไม่ผิดศีลหรอกนะ
"โอ๊ย~ เรื่องแค่นี้ บ่เป็นไรดอก เพื่อนเอ้ยยย" หัวเราะเอิ๊กอ๊าก แต่อีกคนต้องเหงื่อตก ..อุตส่าห์พูดอ้อมๆเพื่อรักษาน้ำใจ ดันเสือกไม่เก็ท -*- แล้วจะพูดตรงๆกับมันเลยดีมั้ยเนี่ย?
"กูว่า..........."
"ทงเฮ!!!!!!!!"
เสียงเรียกชื่อรุ่นน้องในชมรมของกัปตันร่างหนาดังขัดคำพูดของซีวอนขึ้นมา ก่อนที่คังอินจะเดินมาหยุดตรงหน้าของพวกเค้าด้วยสีหน้าติดจะเคร่งเครียดอยู่สักหน่อย
"สวัสดีครับ รุ่นพี่" ซีวอนโค้งทักทายตามสไตล์คนมีมารยาท แต่สำหรับคังอินกับทงเฮ ไอ้พิธีรีตองอย่างการก้มหัว คำนับทำความเคารพนั้น ...มันไม่จำเป็นเอาซะเลย
"อา.....อือ" ร่างหนาครางเป็นเชิงรับรู้ ซีวอนเห็นเหมือนว่าตัวเองเป็นส่วนเกินในการพูดคุยระหว่างสมาชิกของชมรมบาสทั้งสอง เค้าจึงบอกกับทงเฮว่าขอตัวกลับเข้าห้องไปก่อน โดยไม่ลืมจะโค้งตัวให้คังอินอีกครั้งก่อนจากไป
"มีอะไรเหรอฮะพี่? ..หน้าเครียดมาเชียว"
"วันนี้นายเข้าชมรมหรือเปล่า" ทงเฮพยักหน้าให้แสดงว่าจะเข้าถ้าไม่มีข่าวจากโรงพยาบาลโทรมาแจ้งว่าพี่ชายคนเดียวถูกส่งตัวเข้าไอซียูเพราะอาหาร(ฝีมือเมีย)เป็นพิษ
"ดีแล้วๆ" คังอินพึมพำกับตัวเอง ส่งผลให้ทงเฮเลิกคิ้วงงๆ
"พี่มีอะไรหรือเปล่า วันนี้ถึงอยากให้ผมเข้าชมรม" สวดภาวนาในใจว่าขออย่าให้คังอินมอบหมายหน้าที่ของผู้จัดการให้ทำร่วมกับซองมินอีกเลย ไม่อย่างนั้นเค้าจะหนีไปอยู่ชมรมงานบ้าน ให้มันรู้ซะว่าหากชมรมบาสขาดบุคลากรหัวกะทิอย่างอีทงเฮไป ก็เหมือนกับเจคอบในเรื่องแวมไพร์ ทไวไลท์ขาดซิกแพ็คนั่นแหละ!!! (ดูมันเปรียบเทียบซะ =___=*)
"อ๋อ~ ก็ไม่มีอะไรหรอก" คังอินพูดเว้นจังหวะก่อนจะเอ่ยในสิ่งที่ทำให้ทงเฮตาโต
"แค่วันนี้โค้ชจะกลับมาสอน เค้าก็เลยบอกชั้นให้เรียกรวมพลสมาชิกในชมรมทั้งหมดน่ะ"
"โค้ช-กลับ-มา-แล้ว!" ทงเฮทวนคำเสียงดัง ส่วนคังอินพยักหน้ารับ ยืนยันคำพูดของตน
"ละ...แล้ว...โค้ช" ร่างบางละล่ำละลัก พยายามจะปะติดปะต่อเรียบเรียงคำที่ลอยวนอยู่ในหัว แต่คังอินก็ชิงพูดขึ้นมาเสียก่อน
"อืม น่าจะไม่มีปัญหาแล้วนะ"
"แต่ผมว่า........"
"อย่ากังวลไปเลย" คังอินบอกไม่ให้ทงเฮเป็นกังวล แต่ตัวเองกลับทำหน้าเครียด "วันนี้โค้ชคงจะเข้าชมรมมาแค่จะเช็คความเรียบร้อยมากกว่า ...คงไม่มีอะไรหรอก .....มั้ง?!"
ขนาดคำลงท้ายประโยคยังมีคำว่า ..มั้ง.. แสดงถึงความไม่มั่นใจ แล้วอย่างนี้จะให้ทงเฮทำใจให้เชื่อได้ยังไงล่ะว่า มันจะไม่มีปัญหาเกิดขึ้นอีก ...แล้วไหนจะ....................
"พี่ ...แล้วเรื่องคิมคิบอมล่ะ บอกโค้ชแล้วหรือยัง?" ทงเฮถามหน้าตาตื่น คังอินขมวดคิ้วมุ่น ไม่ได้ตอบคำถาม "พี่ให้หมอนั่นเข้าชมรมมาอย่างพลการ โดยไม่ได้ขอความเห็นชอบจากโค้ชนี่นา~"
"แต่ชั้นก็เคยเกริ่นไว้ก่อนหน้านี้แล้วนะ แล้วโค้ชเองก็ไม่ได้ว่าอะไร"
"พี่มั่นใจได้ไงว่าโค้ชจะไม่ได้ว่าอะไรเพราะเค้าคิดอย่างนั้นจริงๆ ...โค้ชอาจจะไม่เห็นด้วย แต่ไม่ได้พูดออกมา หรือไม่ก็........."
"เอาน่าๆ เรื่องนั้นเราไว้ค่อยแก้ปัญาหากันทีหลังก็ยังไม่สาย" คังอินตัดบท "แต่ที่เราต้องทำ...อ่อ ไม่สิ แต่ที่นายต้องทำก็คือ..."
"พี่อย่าบอกนะว่า........" เหมือนจะเดาเค้ารางได้จากคำพูดเป็นนัยๆของคังอิน
"อืม ช่วยหน่อยนะ ทงเฮอา~" มืออูมหนายกขึ้นจับไหล่อันบอบบางของเค้าไว้ เหมือนกำลังวางภาระอันใหญ่หลวงไว้บนนั้น
"ช่วยไปพูดเตือนๆให้คิบอมเข้าใจ ก่อนเจอหน้าโค้ชให้หน่อยสิ"
คังอินพูดเหมือนจะอ้อนวอน แต่เนื้อแท้ของมันแล้วคือ ประโยคคำสั่งที่ทงเฮไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลย ร่างเล็กปาดเหงื่อที่ผุดซึมตามไรผม แล้วบอกกับหัวหน้าชมรมร่างหนาว่า...
"แล้วผมจะพยายามล่ะกัน...."
TBC.
ขอตัดเอามาลงก่อน เพราะกลัวว่าหากลงทีเดียวครบ 100% เลย คนเม้นท์จะเบนประเด็นสนธยา เอ๊ยสนทนา! ไปเป็นเรื่องคุณโค้ชผู้ลึกลับซะก่อน คึคึ (พูดง่ายๆคือ ยังไม่อยากเฉลยอ่ะ จะทำไม?)
เอาเป็นว่าลองทายกันดูเล่นๆแล้วกันว่า ตัวละครใหม่จะเป็นใคร ขอบอกว่าไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่ายนะเค๊อะ ฮ่าๆ
แล้วก็ต้องขอบคุณทุกคอมเม้นท์มากๆค่ะ แต่หากไม่อยากคอมเม้นท์หรือขี้เกียจ ก็ไปช่วยกดโหวตจึ้กๆในเว็บฮานามิ ตามเอนทรี Help me Plz นี้ ให้หน่อยก็ยังดี m(YwY)m เค้าอยากได้หมอนกุ้งของ 2PM อ่ะค๊า~ *งอแง* ถึงคะแนนจะตามเค้าอยู่เป็นร้อยก็เหอะ แต่หากชนะขึ้นมาเรามีฟิค 2pm เซ่นให้แน่นอนค่ะ!! (เพราะแต่งแล้ว? ฮ่าๆ)
สรุปคือ พาร์ทหน้าเป็นคิเฮ และเฉลยตัวละครลับตัวใหม่นะคะ บะบาย~ ^^
ปล1. ขอบคุณทุกคะแนนโหวตนะคะ *โบกมือเป็นนางสาวไทย*
ปล2. ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย รักษาสุขภาพกันให้ดีนะคะ (เพราะอึดดั่งโคถึกอย่าง piojos ผู้ซึ่งไม่ค่อยเป็นหวัด ยังปวดหัวตัวร้อนได้ ทุกๆคนก็ต้องดูแลสุขภาพกันให้ดด้วยนะคร้า~)
ปล3. จูบอมจบยังไงดี?