Short-Fiction

[SF] Ju-Bum ...3...

posted on 04 Dec 2009 13:30 by piojos  in Short-Fiction

 

 

เป็นเวลาเกือบเดือนแล้วที่ทงเฮมีผีประจำกายคอยลอยติดตามไปด้วยในทุกๆทีจนถึงตอนนี้ ทงเฮก็คร้านที่จะไล่ส่งหรือด่ากระทบให้คิบอมรู้สำนึกเสียแล้ว

 

คนตัวเล็กตัดสินใจวางเฉยในเรื่องที่คิบอมชอบทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนไปซะจนอารมณ์หงุดหงิดทุกครั้งที่เห็นหน้าตาทะเล้นๆของวิญญาณหนุ่ม กลายมาเป็นความเคยชินที่ถ้าวันไหนไม่เจอหรือไม่ได้ยินเสียงกวนๆของคิบอมเค้าอาจจะถึงขั้นนอนไม่หลับเลยก็เป็นได้!

 

....อย่างเช่นวันนี้

 

ทงเฮตาแข็งค้างอยู่บนเตียงนอนนุ่มๆไม่ใช่เพราะกินกาแฟหรือได้นอนกลางวันจนเต็มอิ่ม แต่มันเป็นเพราะไอ้ผีบ้าน่าโมโหตนนั้นมันดันหายตัวไปสามวันติดโดยไม่โผล่มาให้เค้าเห็นหน้าอีกเลย เป็นผลให้ทงเฮรู้สึกงุ่นง่านขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

 

ฟันขาวงับริมฝีปากล่างพลางขมวดคิ้วมุ่นครุ่นคิดไปต่างๆนาๆว่าเกิดอะไรขึ้นกับคิบอม

 

 

หรือร่างต้นจะตายไปแล้วกันนะ?

 

 

พอคิดในทางที่เลวร้ายสุดๆทงเฮก็สั่นศีรษะไปมาแรงๆบนหมอนราวกับจะปฏิเสธข้อสมมติฐานนั้นว่ามันคงไม่มีทางเป็นไปได้อย่างแน่นอน

 

..กวนตีนอย่างนั้นคงตายยากสุดๆเลยล่ะร่างบางคิดในใจ เพราะไม่งั้นคิบอมคงไม่กลายเป็นเจ้าชายนิทรา แล้วถอดวิญญาณมาก่อกวนเค้าได้หรอกน่า~

 

ทงเฮพยักหน้าหงึกหงักให้กับข้อสันนิษฐานนี้ของตัวเองอย่างมั่นใจแต่ก็ต้องนิ่วหน้าทันที เมื่อความสงสัยกลับมาวนเวียนในหัวอีกครั้งว่า ...

 

 

แล้วตกลงคิบอมหายไปไหนกัน?

 

 

ร่างบางพลิกตัวมองออกไปนอกหน้าต่างที่เปิดกว้างแล้วถอนหายใจยาวเหยียด

 

เค้ารู้สึกเหงาแปลกๆทั้งที่ก็น่าจะเคยชินกับมันราวเพื่อนสนิทเพราะอยู่ตัวคนเดียวมาโดยตลอดแต่แค่การปรากฏตัวขึ้นมาของคิบอมอย่างกะทันหัน และหายไปอย่างรวดเร็วพอๆกับการมามันสามารถทำให้คนที่ไม่เคยสนใจอะไรนอกจากตัวเองอย่างอีทงเฮคนนี้รู้สึกโหวงๆในใจได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ?

 

แปลกชะมัด..!!!

 

ทงเฮทำปากอูดเนื่องจากความอุ่นร้อนเริ่มแล่นพล่านเป็นริ้วๆอยู่บริเวณขอบตาและปลายจมูกจนต้องเอามือบางขึ้นมาขยี้เบาๆ เพื่อปัดความรำคาญนั่นออกไปโดยเร็ว

 

 

 

เค้าไม่ใช่คนอ่อนแอที่จะมานอนร้องไห้ฟูมฟายเพราะความเหงาแบบนี้นี่นา~

เอาอีทงเฮผู้เข็มแข็งคนเก่าคืนมานะไอ้ผีคิบอมบ้า!

 

 

 

"โผล่หน้ามาเมื่อไหร่ล่ะน่าดู...."

 

"น่าดูอะไรเหรอ?"

 

บ่นถึงผีผีก็มา...ทงเฮรีบพลิกตัวกลับมาอีกด้านทันทีที่ได้ยินเสียงทุ้มๆดังขึ้นข้างหูแล้วก็เป็นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิดนัยน์ตากลมเบิกกว้างเมื่อเห็นร่างโปร่งแสงนั่งท้าวคางท่าประจำอยู่บนเตียงของเค้าในขณะที่ตัวนั่งอยู่บนพื้น แล้วเอียงคอยิ้มหน้าตาเจ้าเล่ห์ให้อย่างเคย

 

ไม่น่าร้องไห้เพราะแกเลยจริงๆให้ตายสิ~!

 

"ยังไม่ไปลงนรกอีกหรือไงห่ะ!"

 

ปากจิ้มลิ้มนั้นไม่เคยตรงกับใจเลยสักครั้ง ทั้งที่เพิ่งนึกถึงแต่คำแรกที่ทักออกไปกลับไม่ได้สื่อว่าทงเฮต้องการให้คิบอมกลับมาปรากฏกายตรงหน้าของเค้าอีกครั้งเลยแม้แต่น้อย

 

"ก็รอคนไปเป็นเพื่อนอยู่เนี่ย แต่ท่าจะยากหน่อยเพราะคนๆนั้นดันเป็นพวกขี้กลัว แถมยังขี้เหงาอีกต่างหาก..."

 

ทงเฮพยายามจะอ้าปากเถียงว่าไม่จริง! แต่หลักฐานที่มัดตัวเค้าไว้อย่างแน่นหนาคือรอยชื้นตรงแก้มขาวที่ถูกมือของวิญญาณรูปหล่อเอื้อมมาจรดลูบเบาๆตรงแก้มเนียนที่เปรอะเปื้อน

 

ถึงแม้จะไม่สามารถเช็ดมันออกให้ได้เพราะมือของคิบอมทะลุผ่านเนื้ออุ่นนิ่มนั้นไปแต่มันกลับทำให้ทงเฮรู้สึกคล้ายตัวเองกำลังได้รับการปลอบประโลมยังไงยังงั้น

 

หากแต่คนปากแข็งก็ยังเป็นคนปากแข็งอยู่ดี

เรื่องจะให้มายอมรับว่าเหงาว่าดีใจที่เห็นคิบอมกลับมาน่ะ...

 

เมินซะเถอะ!

 

"อะไร?! ก็แค่ง่วงก็เลยหาวแล้วพอหาวก็น้ำตาเล็ดเท่านั้นเองนะ!" คิบอมเลิกคิ้วก่อนพยักหน้าช้าๆเหมือนเชื่อในสิ่งที่ทงเฮพูดเสียเต็มประดาหากแต่ในใจกลับคิดไปในทางตรงกันข้ามเสียนี่

 

"อ๋อ~ มิน่าล่ะ.. น้ำตาเล็ดจนเต็มหมอนเชียว" เอ่ยจบก็หัวเราะหึหึในลำคอเป็นผลให้คนถูกล้อลุกพรวดขึ้นมาจากที่นอนเพื่อเตรียมวีนไอ้ผีปากหมาเต็มที่

 

"เอ๊ะ...หรือว่าจะรวมน้ำลายด้วยล่ะเนี่ย~?"

 

"หยุดพูดนะ!!!" ทงเฮแหวใส่ หน้าแดงแปร๊ด

 

สงครามน้ำลายย่อมๆเริ่มเกิดขึ้นอีกครั้งจนคิบอมเกรงว่าการทะเลาะกันจะทำลายบรรยากาศดีๆของการพบกันในรอบสามวันไปเสียหมดร่างสูงจึงยกมือขอยอมแพ้ต่อคนตัวเล็กที่ลุกขึ้นมายืนจังก้า เขย่งปลายเท้าเถียงเค้าคอเป็นเอ็นอยู่บนเตียง

 

"เฮอะ!!!" ทงเฮพ่นลมหายใจออกมาทางปากแดงๆอย่างขัดเคือง

 

ถึงคิบอมจะยอมแพ้เพื่อให้เค้าชนะในการโต้เถียงครั้งนี้

แต่ทำไมทงเฮถึงยังรู้สึกหงุดหงิดเหมือนตัวเองเป็นฝ่ายพ่ายแพ้อยู่อย่างนี้กันนะ!

 

...ไม่ยุติธรรมเลย!!

 

"ยอมแพ้แล้ว หายงอนเถอะน่านะ คนดี~"

 

"ใครงอนนาย...!!"

 

"อ่ะ ไม่งอนก็ได้ แต่หายโกรธชั้นเถอะนะ ทงเฮอา~"

 

"นายหายไปไหนมาตลอด 3 วัน" จู่ๆก็เปิดประเด็นขึ้นมาจนคิบอมตั้งรับไม่ทัน ชายหนุ่มกลืนน้ำลายเหนียวๆลงคอพลางคิดหาข้อแก้ตัวที่น่าจะฟังระรื่นหูคนตัวเล็ก เพื่อเอาตัวรอดในสัญชาตญาณการจับผิดอันแม่นยำของอีทงเฮ

 

"เอ่อ........"

 

"ห้ามโกหกนะ!"

 

ถูกขู่สำทับก่อนที่จะเอ่ยปากบอกเสียที คิบอมได้แต่ยกมือขึ้นมาเกาหัวแล้วอ้อมแอ้มตอบเสียงค่อยเหมือนสามีที่ถูกภรรยาจับได้ว่ามีชู้

 

"ชั้นไปหาฮาอึนมาน่ะ"

 

"ฮาอึน?" ทงเฮทวนคำ เพราะนึกไม่ออกว่าใครคือฮาอึนแต่ไม่นานก็จำได้ เพราะเธอคนนี้นี่แหละคือต้นเหตุที่แท้จริงที่ทำให้คิบอมมาขอร้องให้เค้าช่วย

 

คิดได้อย่างนั้นในอกของทงเฮก็อึดอัดแปลกๆ มันเจ็บหนึบๆเหมือนถูกอุ้งมือที่มองไม่เห็นบีบรัดก่อนจะคลายออกในระยะเวลาอันรวดเร็ว...

 

"แฟนของนายที่อยากให้ชั้นส่งจดหมายให้ก่อนไปต่างประเทศน่ะเหรอ?"

 

คิบอมหลุบตาก้มลงมองพื้น ไม่ได้ตอบคำถามของทงเฮ แต่ร่างบางก็ไม่ได้ถามเพื่อต้องการคำตอบที่เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วหรอก

 

เค้าพูดเพื่อเป็นการตอกย้ำหน้าที่และความเชื่อมโยงในสายสัมพันธ์ระหว่างเค้าและคิบอม...ก็เท่านั้น

 

"แล้วเป็นไง หายคิดถึงมั้ยล่ะ" ทงเฮประชดใส่ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองต้องพูดประชดคิบอมด้วยซ้ำ

 

"ไม่หาย" คิบอมพูดเบาๆ ทว่านัยน์ตากลับพราวระยับไปด้วยประกายประหลาดที่ทงเฮไม่อาจคาดเดาความหมายได้"นอกจะจะไม่หาย แล้วชั้นยังคิดถึงมากกว่าเดิมด้วย..."

 

"ชิ~ งั้นจะกลับมาทำไม?!ไม่ล่องหน หายตัวตามแฟนนายไปอยู่ต่างประเทศด้วยเลยล่ะ ไหนๆนายก็ไม่สนใจจะให้ชั้นช่วยไปส่งจดหมายเพื่อให้คืนร่างอะไรอยู่แล้วนี่!!!"

 

"ก็ชั้น......." คิบอมเอ่ยเสียงทุ้มต่ำแต่กลับแฝงไว้ซึ่งความจริงจังจนทงเฮสัมผัสได้ หากไม่อยากยอมรับ

 

"ทำไม"

 

"ชั้นคิดถึงนายนี่นา~"

 

สิ้นคำหน้าของทงเฮก็ร้อนวาบเหมือนถูกสุมไว้ด้วยไฟกองใหญ่ทั้งน้ำเสียงและแววตาแบบนั้นของคิบอม... ใจหนึ่งทงเฮก็อยากจะคิดว่ามันเป็นเรื่องล้อเล่นที่คิบอมพูดขึ้นมาเพื่อกวนโมโหของเค้าอีกครั้งแต่อีกใจหนึ่งก็คัดค้าน อดคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ว่าที่คิบอมพูดมาทั้งหมด

 

มันคือ....ความจริง!

 

"ไอ้ผีปากเปราะเอ๊ย~!" ทงเฮแยกเขี้ยวใส่แก้เขินขณะที่คิบอมอมยิ้มบางๆ "ถ้าชั้นเจอแฟนนายเมื่อไหร่รับรองเลยว่าชั้นจะแฉเรื่องที่นายเป็นพวกโรคจิตขี้หลี เอาให้เลิกกันไปข้างเลยคอยดู!"

 

"แล้วให้มาคบกับทงเฮแทนใช่มั้ยล้า~"

 

"หนอย...ไอ้ผีประสาท! ถึงเป็นแฟนนายแล้วจะได้เงินเป็นล้านๆชั้นก็ไม่เอาหรอกว๊อย!!!"

 

คิบอมหัวเราะร่าส่วนทงเฮก็ได้แต่ฟึดฟัดอยู่คนเดียว โดยที่ทำอะไรไม่ได้นอกจากตะโกนด่าคิบอมจนเสียงแหบแห้งพอเหนื่อยเข้า คนตัวเล็กก็ทรุดตัวลงนั่งบนเตียงเช่นเดิม แต่ก็ยังไม่วายเหลือบตามองผีเจ้าเล่ห์แบบอาฆาตปนเขินจัด

 

"เหนื่อยแล้วหรือไง?" คิบอมลอยเข้ามาใกล้ถามหน้าตายในขณะที่ร่างบางยังคงถลึงตาดุใส่เค้าไม่เลิก

 

"เหนื่อยแล้วก็นอนซะ ถ้านอนดึกตื่นสายไปโรงเรียนไม่ทันชั้นไม่รู้ด้วยหรอกน๊า~"

 

"แล้วใครใช้ให้นายมายุ่งกัน" ทงเฮส่งเสียงฮึดฮัดใส่ผู้หวังดี"ชั้นจะไปสายไปเช้ามันก็เรื่องของชั้นสนแต่เรื่องตัวเองไปเถอะ จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้!"

 

"อืม.. แล้วถ้าชั้นตายขึ้นมาจริงๆ ทงเฮจะเสียใจมั้ยล่ะ?"

 

คิบอมถามด้วยน้ำเสียงนิ่งๆริมฝีปากได้รูปสวยเหยียดยิ้มบาง แต่ดูแล้วมันไม่เหมือนยิ้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขสักเท่าไหร่

 

แม้กระทั่งแววตาก็ไม่ได้ส่อแววล้อเล่นเหมือนเคย

 

..อะไรบางอย่างในตัวคิบอมกำลังทำให้ทงเฮรู้สึกถึงความโศกเศร้าในก้นบึ้งของน้ำเสียงนัยน์ตา และรอยยิ้มแบบนั้นของคิบอม ที่เค้าไม่ชอบมันเอาเสียเลย

 

"ทะ....ทำไมชั้นจะต้องเสียใจด้วยล่ะ" ทงเฮหลุบตา ตอบเสียงตะกุกตะกักราวกับไม่ใช่เสียงของตัวเอง

 

"อา นั่นสินะ ก็ชั้นไม่ได้เป็นอะไรกับทงเฮนี่นา ทงเฮคงไม่เสียใจหรอกเนอะถ้าเกิดชั้นตายขึ้นมาจริงๆ"

 

ประโยคคำพูดที่สุดแสนจะเรียบเรื่อยแต่สามารถทำให้คนฟังหน้าเสียได้อย่างไม่ยากเย็นทงเฮช้อนตาขึ้นมองวิญญาณจอมป่วนที่ยังคงมีรอยยิ้มบางๆประดับอยู่บนใบหน้าแล้วก็อดทอดเสียงถามด้วยความกังวลใจไม่ได้

 

"นายจะตายงั้นเหรอ..." ฟันขาวขบกลีบปากล่างโดยไม่รู้ตัวอีกครั้ง ทงเฮลุ้นกับคำตอบที่กำลังจะได้รับเหลือเกินเพียงแต่เค้าไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องรู้สึกกระวนกระวายขนาดนี้

 

"ไม่รู้สิ"

 

"ถ้างั้นก็รีบมาทำให้วิญญาณนายกลับเข้าร่างกันเถอะนะ...นะ"

 

เมื่อคิบอมตอบกำกวมแบบนั้นทงเฮก็แทบอยากจะร้องไห้ ร่างบางเอ่ยออกมาราวกับกำลังอ้อนวอน ทั้งๆที่ถ้าเป็นคนอื่นทงเฮก็ไม่รู้สึกว่าตัวเองต้องเป็นห่วงถึงขนาดนี้

 

"ทงเฮอา~ ไม่เป็นไรหรอก ชั้นแค่พูดเล่นน่ะ"

 

"เล่นบ้าอะไร! นายลอยไปลอยมาเป็นเดือนแล้วนะ!!แล้วทำไมถึงไม่ยอมบอกวิธีให้ชั้นช่วยกลับร่างสักที!!! หรือนายอยากจะตายเป็นผีจริงๆล่ะห่ะ คิมคิบอม!!!!"

 

ทงเฮตวาดใส่อย่างสุดกลั้นเค้าโกรธจนพูดไม่ถูกแล้วในตอนนี้ทงเฮโมโหทั้งคิบอมที่ยังคงมีท่าทีไม่อนาทรร้อนใจต่อเรื่องความเป็นความตายของตนแต่เค้ายิ่งโมโหตัวเองมากกว่าที่ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรคิบอมได้เลยหากอีกฝ่ายไม่ยอมบอกที่อยู่ของจดหมายซะที

 

"ชั้นไม่อยากตายหรอก"

 

คิบอมก้าวเข้ามาใกล้ทำให้ทงเฮต้องถอยร่นล้มตัวลงไปนอนบนเตียงอย่างเดิมเพราะใบหน้าโปร่งแสงที่ยังคงความหล่อเหลาอยู่ได้เคลื่อนเข้ามาใกล้จนเกือบจะชนปลายจมูกเค้าอยู่รอมร่อ

 

"งั้นก็รีบบอกให้ชั้นช่วยจัดการเรื่องของนายให้เสร็จสิ"

 

"ได้" เป็นครั้งแรกที่คิบอมตอบรับทงเฮเบิกตากว้างขึ้น ก้อนเนื้อในอกเต้นตุ้บๆเหมือนใกล้ระเบิดด้วยความตื่นเต้น "ชั้นจะบอกนายพรุ่งนี้..."

 

"อะไรกัน!!"

 

"รีบนอนซะเถอะ แล้วพรุ่งนี้ชั้นจะบอกนายทุกอย่างเลย ทงเฮ ชั้นสัญญา"

 

น่าแปลกที่นิ้วที่คิบอมยื่นมาให้ตรงหน้าถึงจะรู้ทั้งรู้ว่าเกี่ยวก้อยไปมันก็ต้องทะลุผ่านแน่ๆ แต่ทงเฮก็เอื้อมมือไปหางอนิ้วที่เล็กที่สุดของมือขวาเพื่อเกี่ยวกระหวัดกับนิ้วก้อยของคิบอม

 

 

 

มันคือความรู้สึกทางใจ...

สิ่งนี้คือสิ่งแทนคำสัญญา

 

สัญญานะว่านายจะไม่ตาย ...คิบอม

 

 

 

"ชั้นชอบนาย ทงเฮ"

 

 

เหมือนตกอยู่ในห้วงแห่งความฝันดวงตาของเค้าปรือปรอยและหนักหน่วงจนเกินจะฝืนลืมขึ้นอย่างทุกทีโสตประสาทได้ยินเสียงแผ่วเบา ทว่าสติสัมปชัญญะกลับไม่หลงเหลือพอที่จะเข้าใจในความหมายของคำพูดนั้น

 

น่าเสียดายที่คำสารภาพสุดท้ายเป็นเหมือนเสียงเพลงขับกล่อมให้รู้สึกง่วงงุนและมึนเมา

 

ทงเฮเผลอหลับไปและยังคงคาดหวังถึงสัญญาที่ไม่มีวันจะเป็นจริงตลอดกาล....

 

 

 

 

TBC.

 

 

 

 

จริงๆตอนนี้คือตอนจบแหละ<< ถ้าบอกอย่างนั้น อินี่อาจโดนลอบวางระเบิดตายได้ หึหึ แต่มันคือตอนจบ(ที่คิดไว้ในหัว)จริงๆนะ!!!

 

ซึ่งคาดว่าหลายคนคงงงไปสามร้อยแปดสิบตลบเพราะมันค้างได้ใจ ดังนั้นจูบอมตอนที่สี่ จะถือเป็นสเปที่เฉลยเนื้อเรื่องทั้งหมดนะคะ ><

 

ตอนแรกกะจะเอารวบยอดตอนสามกับตอนสี่อยู่ด้วยกันแล้วค่อยจบ แต่เนื่องจากเรายังหาที่จบสวยๆไม่ลง (ป้าบ - โดนตบ) และยังแต่งไม่เสร็จ (ผลัวะ - โดนต่อย) เลยขออนุญาตตัดตอนลงไปแล้วกันเนอะวะฮะฮ่าๆๆ

 

ปล.ทุกอย่างอาจพลิกผันได้ เพราะคอมเม้นท์คนอ่านนะเออ บอกแค่นี้แหละเดี๋ยวตอนหน้ามาเฉลยว่าทำไม? อิอิ (เมิงยังมีหน้ามาหัวเราะเรอะ อินี่ -*-)